#ตีแผ่ชีวิตเด็กหอ เมื่อการเป็นเด็กหอ ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

เชื่อได้เลยว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ก็คงจะผ่านประสบการณ์ของการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมาอย่างแน่นอน แต่ถ้าพูดเรื่องของที่เกี่ยวข้องกับเด็กมหาลัยมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของหอพักของนักศึกษา แต่ใครเล่าจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว ชีวิตของเด็กหอ มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย หรือง่ายเหมือนกับที่คิดไว้ … วันนี้ Undubzapp จึงพาไปกันไปดูดีว่า ชีวิตของเด็กหอนั้น จะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง

 

1.อาหารเช้าตัดออกจากสารระบบได้เลย

1.อาหารเช้าตัดออกจากสารระบบได้เลย

การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย จะสามารถเลือกลงรายวิชาที่จะลงเรียนได้ และเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า หลายต่อหลายคน มักจะเลี่ยงการลงเรียนในตอนเช้าแน่นอน ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะลงเรียนตั้งแต่ 9 โมงเป็นต้นไป มากไปกว่านั้น เด็กหอเหล่านี้ ก็เผื่อเวลาเก่งซะเหลือเกิน สมมุติว่ามีเรียน 9 โมง ก็ตื่นสักเวลา 8.50 น. ก็มี อาหารเช้าที่เคยนั่งท่องจนจำได้ขึ้นใจว่าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ก็ตัดไปเลย ไม่ใช่ว่าไม่หิวนะ บางครั้งก็หิว แต่มันก็ไม่ทันแล้ว แต่คำถามที่ตามมา ทำไมหลายต่อหลายคน แม้จะไม่ได้กินข้าวเช้า แต่ทำไมถึงบ่นถึงเรื่องน้ำหนักที่ขึ้นเอาๆ … “มื้อดึก” ไงล่ะ หลัง 3 ทุ่มนี้ล่ะ หิวได้ตลอด ต้องหาอะไรมากินให้ได้ หรือว่าบางถือคติ กินเผื่อมื้อเช้า เห็นอย่างนี้แล้ว น้ำหนักจะไม่ขึ้นได้ยังไง

 

2.คำว่า “ส่วนตัว” จะไม่มีอีกต่อไป

2.คำว่า ส่วนตัว จะไม่มีอีกต่อไป

รูมเมท หรือ เพื่อนร่วมห้อง ที่บางครั้งก็มาจากหลายที่ต่างถิ่น แต่ก็ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน และกฏเหล็กอย่างหนึ่งของการเป็นรูมเมทที่หอ ก็การมีความเกรงใจซึ่งกันและกัน ใครมีเพื่อนร่วมห้องดี ก็โชคดีไป แต่หากว่าใคร เมื่อเพื่อนร่วมห้องที่ซกมก ไม่มีความเกรงใจ ก็ถือได้ว่าเป็นโชคร้ายที่สุดในชีวิตอีกอย่างหนึ่งก็ว่า ดังนั้นเมื่อต้องมาอยู่ร่วมกันแล้ว ความเป็นส่วนตัว อาจจะไม่มีอีกต่อไปนั้นเอง

 

3.การนับวันเฝ้ารอการกลับบ้าน

3.การนับวันเฝ้ารอการกลับบ้าน

แทบจะนั่งนับวันเวลาหาวันหยุดให้ได้ แต่วันหยุดในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเอย เรียนเสริมเอย ก็มีอย่างไม่ขาดสาย ทำให้การกลับบ้านไปนอนเตียงนุ่มๆ ที่บ้าน เป็นเรื่องที่ยากขึ้น บางครั้งที่หอ ก็ใช่ว่าทุกคนจะได้พบเจอกับห้องที่มีสภาพดีทุกคน โดยเฉพาะเด็กหอในที่ต้องมานั่งลุ้นอีกว่า จะได้ห้องแบบไหน เมทเป็นใคร คือมันลุ้นยิ่งกว่า การลุ้นสลากกินแบ่งของรัฐบาล หรือ ผลแอดมินชั่นเลยก็ว่าได้

 

4.อาบน้ำที เหมือนกับไปสนามรบ

4.อาบน้ำที เหมือนกับไปสนามรบ

ชีวิตของเด็กหอมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย จะอาบน้ำแต่ละที ก็ต้องต่อคิว หรือว่าจะเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว ก็ยังต้องรอไปอีก หากรอได้ ก็แล้วไป แต่ว่าหากวันใหญ่ศึกใหญ่มาจ่อประตู แต่ว่าห้องน้ำยังไม่ว่างแล้วล่ะก็ นรกย่อมๆ ก็ได้เกิดกับคุณแล้วล่ะ นี่ยังไม่รวมไปถึงหน้าหนาว ที่บางครั้งหอนั้นก็อาจจะไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นเลย อาบน้ำทีเหมือนกับไปขั้วโลกเหนือมาเลย

 

5.หอคือบ้างหลังที่สอง และเป็น Comfort Zone อย่างดี

5.หอคือบ้างหลังที่สอง และเป็น Comfort Zone อย่างดี

เมื่อชินกับการอยู่หอแล้ว ความสบายใจก็จะค่อยเพิ่มขึ้น จนอาจจะรู้สึกได้ว่า หอเปรียบดังเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว เชื่อได้เลยว่า การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้น ชีวิตมากกว่าครึ่ง คือการอยู่หอนั่นเอง และหอก็เป็นดั่งหลุมหลบภัยชั้นดี ไม่ว่าจะโดดเรียน หนีกิจกรรม และเป็น Comfort Zone อย่างดี อีกที่หนึ่งเลย

 

6.การรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งตลอด

6.การรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งตลอด

เมื่อโตขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือความรับผิดชอบที่มากขึ้น แต่สำหรับเด็กหอแล้ว ไม่ว่าความรับผิดชอบจะมีมากขึ้นสักแค่ไหน เชื่อเถอะ ส่วนมากก็มานั่งเร่งทำงานส่งกันในวันสุดท้าย หรือไม่ก็มาอ่านหนังสือสอบคืนสุดท้ายก่อนสอบก็มี โดยถือคติประจำใจว่า งานไฟไหม้คืองานคุณภาพ

ประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา มันจะสอนทำให้เราได้เติบโตมากขึ้น ชีวิตของเด็กหอก็เช่นเดียวกัน แม้ว่ามันอาจจะดูไม่ง่ายอย่างที่คิด หรือสวยงหรูอย่างที่ฝันไป แต่เชื่อเถอะว่า หากว่าสักวันหนึ่ง เราก้าวผ่านจุดนี้ไปได้ สิ่งที่ได้รับจากสิ่งเหล่านี้ จะมีค่าอย่างมากมาย อย่างน้อยก็ความรับผิดชอบ และ การเอาตัวรอดในสังคมของเรา ก็มีประสบการณ์ที่มากขึ้นนั่นเอง