Born to be Actor 12 บทบาทการแสดง “ซันนี่” เทพนักแสดงของยุคนี้

จะมีซักกี่คนที่ได้ทำตามความฝัน ได้เจอในสิ่งที่ตัวเองรัก ได้ทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ หนึ่งในนั้นคือชายที่มีชื่อว่า “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” อาชีพนักแสดงคือสิ่งที่เขารักและทุ่มเทได้อย่างหมดหัวใจ สามารถทำได้โดยไม่รู้จักเบื่อหรือท้อ และอยากที่จะทำให้ออกมาดีที่สุดด้วยความพยายามทุกหยาดเหงื่อที่มี ทำการบ้านเตรียมตัวมาอย่างหนัก ฝึกซ้อมบท ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้กลายเป็นตัวละครนั้นอย่างเต็มรูปแบบ จนกวาดรางวี่รางวัลทางการแสดงมาแทบทุกสถาบันจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และนี่คือ 12 สุดยอดบทบาทการแสดงจากทั้งละครซีรีส์และภาพยนตร์ของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” สุดยอดนักแสดงระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาคือเพชรเม็ดเอกแห่งวงการนักแสดงที่ “เทพ” ที่สุดแห่งยุคนี้แล้ว

 

1. เพื่อนสนิท (พ.ศ. 2548)

บทบาทการแสดงแจ้งเกิดเรื่องแรกของ “ซันนี่” ในบทบาท “ไข่ย้อย” นักศึกษาศิลปกรรมมหาลัยเชียงใหม่ หน้าคล้ำ ผมยาว นิสัยซื่อๆ ที่แอบหลงรักเพื่อนสนิท โดยซันนี่เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “ในกองถ่าย เพื่อนสนิท มันเป็นชั่วโมงตรัสรู้ของผม ถ้าไม่ได้เล่น เพื่อนสนิท ในวันนั้น อย่างแรกเลยคือผมคงจะอ้วน อย่างที่สอง ผมจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ผมรักและทำมันได้ดีคือการแสดง ชีวิตของผมก่อนหน้านี้มีไม่กี่อย่างที่ทำแล้วผมรู้สึกรักมัน และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพ ผมรักมัน และรู้สึกว่าผมทำมันได้ดี”

นักแสดง-ซันนี่-เพื่อนสนิท (พ.ศ. 2548)© รูปต้นฉบับ: gth

 

2. สายลับจับบ้านเล็ก (พ.ศ. 2550)

มาถึงบทบาทการแสดงภาพยนตร์เรื่องที่สอง ในบทบาท “จ๊อก” นักสืบสติเฟื่องสุดบื้อ กับการแสดงในบทคอเมดี้ตลกตามสถานการณ์สุดซวยชวน WTF! ที่ไม่จำเป็นต้องชงมุก ตบมุก หรือสบถคำหยาบคาย แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะให้กับคุณผู้ชมตกหลุกรักตัวละครตัวนี้เข้าอย่างจัง ซึ่ง “พี่เอส คมกฤษ” ผู้กำกับ ได้ให้เหตุผลในการเลือก “ซันนี่” มาแสดงบทนี้ว่า หลายคนอาจเห็นเขาเป็นคนขรึมๆ ลึกลับ แต่จริงๆ แล้ว ซันนี่ เขาเป็นคนที่มีเซ้นส์ด้านคอเมดี้สูงมาก ยิ่งเล่นเป็นคนบื้อๆ แล้วจะดูตลกมาก ซึ่งบอกได้เลยว่า เลือกได้ถูกต้องที่สุดจริงๆ

นักแสดง-ซันนี่-สายลับจับบ้านเล็ก (พ.ศ. 2550)© รูปต้นฉบับ: gth

 

3. เนื้อคู่ประตูถัดไป (พ.ศ. 2551 – 2557)

และผลงานที่ตอกย้ำความสามารถทางด้านคอเมดี้ของ “ซันนี่” ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นละครซีรีส์ซิทคอมยอดฮิตคนติดงอมแงม “เนื้อคู่ประตูถัดไป” ที่กว่าจะถึงบทสรุปก็กินเวลาไปหลายปี หลายซีซั่นอยู่ ซึ่งเขารับบทเป็น “โจศักดิ์” นักดนตรีสุดเซอร์ไม่มีจะแดร๊ก ที่ไปหลงรักสาวข้างห้อง แถมยังมีคู่แข่งทางความรักอีก ซึ่งเขาได้คิดค้นสร้างสรรค์การแสดงรูปแบบใหม่โดยใช้ความเซอร์กวนบาทาไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม กับการใส่เสื้อยืดสีเทาสกรีนคำว่า “It’s me” เข้าฉากแทบจะตลอดเรื่อง จนกลายเป็นคาแร็คเตอร์ประจำตัวเขาไปเลย

นักแสดง-ซันนี่-เนื้อคู่ประตูถัดไป (พ.ศ. 2551 - 2557)

 

4. รัก 7 ปี ดี 7 หน (พ.ศ. 2555)

หลังจากกลายเป็นเทพแห่งบทบาทนักแสดงสายตลกคอเมดี้จาก “สายลับจับบ้านเล็ก” และ “เนื้อคู่ประตูถัดไป” ซันนี่ไม่หยุดที่จะพัฒนาทักษะการแสดงในบทบาทใหม่ที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ อย่างในภาพยนตร์ “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ที่ถึงกับยอมลงทุนเรียนดำน้ำ ทั้งที่เจ้าตัวก็ว่ายน้ำไม่เป็น อีกทั้งยังต้องเพิ่มน้ำหนักกว่า 10 กิโลจนลงพุงนานกว่า 6 เดือน ก่อนที่จะเข้าฟิตเนสลีนไขมันออกจนผอม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจกับมันมากทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มีเหตุผลต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย แต่เพราะการได้เล่นหนัง การเป็นนักแสดง ทำให้เขามีข้ออ้างกับตัวเองว่าเราต้องทำให้ได้

นักแสดง-ซันนี่-รัก 7 ปี ดี 7 หน (พ.ศ. 2555)© รูปต้นฉบับ:sanook

 

5. ชัมบาลา (พ.ศ. 2555)

และในปีเดียวกัน “ซันนี่” ได้บรรลุทักษะการแสดงไปอีกขั้น จนเรียกได้ว่า “ยอดเยี่ยมทุกบาทบาทอย่างไร้ข้อกังขา” อย่างในภาพยนตร์ “ชัมบาลา” กับการลงทุน ลงแรง ฝ่าสภาพอากาศอันหนาวเหน็บที่สุดในโลกบนเทือกเขาหิมาลัย อีกทั้งการแสดงสุดดราม่า ที่จะพาคุณผู้ชมดำดิ่งลึกถึงอารมณ์ จากการแสดงที่มาน้อยแต่มาก ผ่านสีหน้าบทพูดที่มาน้อยแต่ต่อยหนักทุกหมัด แววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่เก็บไว้ในส่วนลึกของหัวใจ การแสดงในระดับสูงเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะ ก็ต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้

นักแสดง-ซันนี่-ชัมบาลา (พ.ศ. 2555)© รูปต้นฉบับ:truelife

 

6. ไอฟาย…แต๊งกิ้ว…เลิฟยู้ (พ.ศ. 2557)

ซันนี่ กลับมาแสดงในบทคอเมดี้อีกครั้ง ในบทบาท “ยิม” หนุ่มโรงงานใจนักเลง ที่อยากเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อจะตามไปง้อแฟนที่เป็นชาวต่างชาติ การแสดงในพาร์ทของคอเมดี้ยังทำได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐาน แต่สิ่งที่เพิ่มออกมาคือ การใส่มิติตัวละคร ที่ภายนอกดูเป็นคนโหดร้าย ป่าเถื่อน พูดจาหยาบคาย แต่ใจลึกๆ เป็นคนอ่อนโยน รักพวกพ้องมากทีเดียว และที่สำคัญที่พูดถึงไม่ได้เลยคือ เคมีความเข้ากันของ “ซันนี่” และ “ไอซ์” ที่แสดงเป็นนางเอกครูสอนภาษาอังกฤษ ที่เข้ากั๊น เข้ากัน ได้อย่างน่ารักลงตัวกลมกล่อมเป็นธรรมชาติ ทำให้คนดูอินตามตัวละครได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด

นักแสดง-ซันนี่-ไอฟาย…แต๊งกิ้ว…เลิฟยู้ (พ.ศ. 2557)© รูปต้นฉบับ:gthchannel

 

7. น้ำตากามเทพ (2558)

ละครซีรีส์ที่มาแนวคล้าย “เนื้อคู่ประตูถัดไป” ซึ่งเรื่องนี้ “ซันนี่” จะมาในบทบาทที่ท้าทายซับซ้อนกว่าเดิม คือการเล่นเป็น “ชาวี” คุณชายใส่สูทผูกไท ใช้ชีวิตจริงจัง แต่ทุกขณะจิตก็ต้องเล่นมุกภายใต้ใบหน้าสุดซีเรียส ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ย้อนแย้งในตัวเองมาก แต่ท้ายที่สุด “ซันนี่” ก็ผ่านบทนี้มาอย่างฉลุย พัฒนาฝีมือการแสดงไปอีกขั้น

นักแสดง-ซันนี่-น้ำตากามเทพ (2558)© รูปต้นฉบับ:tv.line

 

8. STAY ซากะ..ฉันจะคิดถึงเธอ (2558)

งานซีรีส์ยังคงชุมต่อเนื่อง ถึงขั้นไปถ่ายทำกันไกลถึงประเทศญี่ปุ่นใน เมืองซากะ โดยครั้งนี้ “ซันนี่” ได้รับบทบาทเป็น “หมี” หนุ่มไทยมาดนิ่งใจดีแสนอบอุ่น ที่ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นมานานกว่า 3 ปี และแน่นอนเขาต้องพูดภาษาญี่ปุ่นได้! จึงเป็นการบ้านอย่างหนักสำหรับ “ซันนี่” ที่ต้องเรียนการพูดภาษาญี่ปุ่นในเบื้องต้นให้ได้สำเนียงที่เป็นธรรมชาติ และแน่นอนมันออกมาดีจนนึกว่าคนญี่ปุ่นมาพูดจริงๆ เสียอีก

นักแสดง-ซันนี่-STAY ซากะ..ฉันจะคิดถึงเธอ (2558)© รูปต้นฉบับ: gth

 

9. ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (พ.ศ. 2558)

และนี่คือผลงานการแสดงระดับ MasterPiece ชิ้นโบว์แดงที่สุดของ “ซันนี่” เลยก็ว่าได้ในบทบาทของ “ยุ่น” ฟรีแลนซ์มือรีทัชขั้นเทพ ที่ทุ่มเทให้กับงานอย่างหนัก จนป่วยปางตาย เรื่องนี้ “ซันนี่” ต้องยอมลงทุนตัดผมสกินเฮด กินอาหารทำลายสุขภาพให้หุ่นตัวเองผอมแต่ลงพุงเผละ อีกทั้งต้องเรียนสกิลการตัดต่อภาพให้เก่งกาจระดับมืออาชีพ และที่สำคัญคือหนังตลอดทั้งเรื่องจะเล่าผ่านมุมมองของ “ซันนี่” ทั้งหมด ทำให้ทุกฉาก ทุกซีน จะต้องเห็นหน้าเขาตลอด เรียกได้ว่าการแสดงของเขาช่วยแบกหนังทั้งเรื่องเลยก็ว่าได้

นักแสดง-ซันนี่-ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (พ.ศ. 2558)© รูปต้นฉบับ:sanook

 

10. พรจากฟ้า (พ.ศ. 2559)

ภาพยนตร์สุดประทับใจจากหนังสั้น 3 เรื่อง โดยซันนี่ซึ่งรับบทเป็น “เอ” ช่างซ่อมเปียโน ที่ยังคงความทะเล้นขี้เล่นกวนๆ สไตล์ซันนี่ไว้ได้อย่างน่ารัก และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ในเรื่องจะเห็นว่ามีฉากที่ซันนี่จะต้องเล่นเปียโนในเพลง Still on my mind ทำให้เขาต้องลงทุนฝึกเรียนเปียโนจริงๆ เพื่อให้เล่นออกมาได้อย่างคล่องแคล่วสมจริง ทั้งที่จริงๆ แล้วมันสามารถใช้มุมกล้องหลบเอา หรือใช้คนแสดงแทนก็ได้ แต่ก็นะ คนมันมืออาชีพซะอย่าง

นักแสดง-ซันนี่-พรจากฟ้า (พ.ศ. 2559)© รูปต้นฉบับ: mediastudio

 

11. มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ (พ.ศ. 2560)

อีกครั้งที่ “ซันนี่” สลัดคราบทุกภาพจำกับบทบาทของ “ดอน” นักเทนนิสมืออาชีพที่ขอวางมือ แขวนแร็กเก็ต ช้ำใจกับชีวิตบัดซบโดนแฟนทิ้ง นับว่าเป็นบทที่ยากและท้าทายเพราะตัวละครมีความบ้าๆ บอๆ เกินๆ ล้นๆ พอสมควร อีกทั้ง “ซันนี่” จะต้องยอมลงทุนฟิตหุ่นชุดใหญ่ซิกแพ็คแน่นจนสาวๆ น้ำลายหก อีกทั้งยังต้องไปเรียนเทนนิสแบบจริงๆ จังๆ จนเมื่อเข้าฉากเขาก็แสดงเป็น “นักกีฬามืออาชีพ” ได้อย่างสมจริงทุกท่วงท่าไม่มีติดขัดแม้แต่น้อย

นักแสดง-ซันนี่-มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ (พ.ศ. 2560)© รูปต้นฉบับ: kapook

 

12. Die Tomorrow (พ.ศ. 2560)

Die Tomorrow ผลงานการแสดงล่าสุดของ “ซันนี่” ในปี 2560 ที่กำลังมีคิวลงจอภาพยนตร์ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ผลงานกำกับของ “เต๋อ นวพล” รายละเอียดหนังยังไม่เปิดเผยอะไรมาก แต่ที่แน่ๆ คือชื่อผู้กำกับที่เคยพา “ซันนี่” สร้างผลงานการแสดงใน ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ จนกวาดรางวัลมาแล้วมากมายหลายสถาบัน ย่อมต้องเป็นบทบาทที่ยาก ท้าทาย และเซอร์ไพรส์คนดูอย่างแน่นอน

นักแสดง-ซันนี่-Die Tomorrow (พ.ศ. 2560)

CR: thestandard , news.gmember , Major , thaicinema

Photo Cover : IG_sunny_suwanmethanont