ดอกไม้เปลี่ยนคนเป็น “ซอมบี้” 10 ดอกไม้สวยอสรพิษ มีพิษร้ายแรงถึงตาย

เคยได้ยินคำว่า ‘cute killers’ ไหมคะ?  พวกที่มีภาพภายนอกดูสวยงดงาม แต่พอรู้จักพวกเขาดีๆ แล้ว คุณจะพบว่าความสวยของพวกเขาเป็นเพียงแค่ภาพภายนอกที่เรามองเห็นเท่านั้น แต่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ความสวยงามเหล่านี้เอาไว้เพื่อปกป้องตัวเอง กว่าล้านปีพืชเหล่านี้ได้วางแผนการที่ร้ายกาจบางอย่างเพื่อขจัดภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ไม่เพียงแค่หนามที่เป็นพิษต่อระบบประสาทเท่านั้น พืชบางชนิดอาจมีพิษซุกซ่อนอยู่ตามส่วนต่างๆ ของพวกมัน และมนุษย์ก็ได้นำพิษของพืชบางชนิดมาใช้ประโยชน์เช่นกัน เช่น นำน้ำยางของพืชที่เป็นพิษมาใช้อาบลูกดอกใช้ในการล่าสัตว์ หรือยิงศัตรู และนำพืชที่มีพิษหลายชนิดมาใช้เบื่อปลา บางส่วนของดอกไม้ที่แสนสวยเหล่านี้อาจจะสามารถเปลี่ยนมนุษย์ ‘ปกติ’ เป็น ‘ซอมบี้ที่มีชีวิต’ เราลองไปดูกันว่า 10 ดอกไม้สวยอันตราย แต่มีพิษถึงตายนั้น มีอะไรกันบ้าง

 

ลำดับที่ 10 Daphne (แดฟเน่)

เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและมีผลเล็กๆ ที่เป็นพิษ คนพื้นเมืองในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ล้วนรู้จักดอก Daphne กันดีว่ามันมีพิษร้ายแรง ในขณะที่ดอกไม้ของมันอาจดูน่าหลงใหลเมื่อปลูกในตะกร้าเล็ก ๆ  แต่หากใครก็ตามกินผลเล็กๆ ของมันเข้าไปแม้เพียง 2 หรือ 3 ผลก็อาจส่งผลให้ถึงตายได้ พิษของผลเล็กๆ ของมันอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนในปาก และทางเดินลำไส้ตามมาด้วยอาการโคม่าและในบางกรณีก็อาจทำให้ถึงแก่ความตาย

 

ลำดับที่ 9 Ageratina Altissima

หรือที่รู้จักว่า White Snakeroot พืชที่มีความสวยน่ารักชนิดนี้ ดูเสมือนว่าจะไร้พิษสงที่น่ากลัวแท้ๆ แต่กลับเป็นที่รู้กันดีว่า สามารถฆ่ามนุษย์ได้ เพราะพืชชนิดนี้มีสารพิษ tometyl  เมื่อพืชถูกบริโภคโดยสัตว์ ก็จะทำให้ผลผลิตของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น ทั้งนม และ เนื้อสัตว์ กลายเป็นพิษไปได้เพราะสารพิษในดอกไม้ตัวนี้ ทำให้เกิดโรคที่เรียกว่า ‘milk sickness’ และยังส่งผลให้คนที่กินเข้าไปเป็นอันตรายถึงตายได้

 

ลำดับที่ 8 Cicuta (aka Water Hemlock)

แม้ภายนอกจะเป็นเพียงไม้พุ่มที่มีดอกเป็นช่อสีขาวน่ารัก แต่เห็นหน้าตาสวยงามน่ารักแบบนี้ แต่วอเตอร์เฮมล็อก จัดเป็นพืชเพชฌฆาตที่มีพิษร้ายแรงมาก สารพิษซิคูท็อกซิน (cicutoxin) ของมันมีอยู่ในทุกส่วนของต้น แต่ส่วนใหญ่จะมีพิษเข้มข้นในส่วนรากของมัน นอกจากนี้ยังมีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นพิษเมื่อสัมผัสกับผิวหนัง สารพิษจากพืชจะทำให้คุณอาเจียน อุณหภูมิของร่างกายลดลง ทำให้ระดับ pH ของเลือดลดลง มีผลกับการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการบวมในสมอง และเสียชีวิตเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลวในที่สุด

 

ลำดับที่ 7 Atropa Belladona (aka Deadly Nightshade) 

คุณสมบัติที่เป็นพิษของ Deadly Nightshade เป็นที่รู้จักกันมาหลายชั่วอายุคน ในประวัติศาสตร์ ทหารของ Macbeth ได้วางยาพิษชาวเดนมาร์กที่รุกรานด้วยไวน์ที่ทำจากผลไม้ที่มีรสหวานของพืชชนิดนี้ ผลเบอร์รี่เล็กๆ ของ belladona ที่มีสีฟ้า แต่เชื่อกันว่าส่วนของรากมีพิษมากที่สุด คือ atropine, hyoscine และ hyoscyamine ที่เมื่อรับประทานแล้วอาจทำให้เกิดการขยายตัวของลูกตา เกิดความไวต่อแสง ทำให้ตาพร่ามัว และสูญเสียความสมดุลทางเดินปัสสาวะ รวมทั้งเกิดภาพหลอนและอาการชัก ปัจจุบันมีการสกัดพิษจากใบและรากของต้นเบลลาดอนนา มาใช้เป็นยาสงบประสาท (ยาคลายเครียด) ยาบรรเทาอาการหอบหืด ลดอาการไอ ลดอาการแพ้ของไข้ละอองฟาง บำบัดอาการของโรคพาร์กินสัน ลดอาการปวดเกร็ง/ปวดบีบประเภทที่เรียกว่า โคลิก(Colic) บรรเทาอาการเมารถ-เมาเรือ คลื่นไส้ อาเจียน และใช้ระงับอาการปวดต่างๆ

 

ลำดับที่ 6 Nerium Oleander

หรือ ดอกยี่โถ พืชที่มีดอกที่สวยโดดเด่นนี้เป็นหนึ่งในรายการดอกไม้ที่อันตรายที่สุดในรายการนี้ ทั้งๆ ที่มันถูกใช้เป็นไม้ประดับที่พบเห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องที่น่ากลัวที่มันถูกปลูกเอาไว้ในสวนของบ้าน พิษของมันอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงที่ผิวหนัง ทุกส่วนของยี่โถ มีสารพิษโดยเฉพาะลำต้น และใบ มีน้ำยางสีขาวที่ประกอบด้วยสารพิษในกลุ่ม cardiac glycosides ที่ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของหัวใจ และระบบประสาท เมื่อรับประทานจะทำให้ มีอาการปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตได้ง่าย

 

ลำดับที่ 5 Convallaria Majalis (aka Lily of the Valley)

ดอกไม้รูประฆังที่สวยงามชนิดนี้ อาจเตือนคุณถึงช่วงคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ความแตกต่างจากจิตวิญญาณแห่งความสุขในวันคริสมาสต์ของดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมชนิดนี้ ก็คือ พิษอันตรายของมันนั่นเอง ผลเบอร์รี่สีแดงเล็กๆ ของมันมักประสบความสำเร็จในการล่อลวงเด็กเล็ก ๆ ให้ลองลิ้มชิมรส นั่นหมายถึง ได้กินพิษร้ายแรงของมันเข้าไปด้วย พิษของมันได้ซุกซ่อนอยู่ในส่วนทั้งหมดของต้น รวมทั้งผลเบอร์รี่ที่มีพิษอย่างมาก เนื่องจากมีสารซาโปนิน ถ้ากินเข้าไปหัวใจจะเต้นแรง คลื่นไส้ อาเจียน บางคนที่กินมากๆ อาจต้องถึงกับล้างท้องเลยทีเดียวค่ะ

 

ลำดับที่ 4 Colchicum Autumnal (aka Autumn Crocus)

เป็นที่รู้จักกันในนามของฤดูใบไม้ร่วง crocus ทำให้ทุ่งหญ้ากลายเป็นสีม่วง และอาจพบเห็นได้ในสนามหลังบ้าน และ สนามของโรงเรียน น่ากลัวที่จะคิดว่ามันอาจล่อลวงให้เด็กๆ เข้าใกล้มันเพราะความสวยงาม ดอกไม้ชนิดนี้ มีพิษอย่างร้ายแรง อาการของพิษมีลักษณะคล้ายกับโดนพิษของสารหนู และที่สำคัญไม่มียาแก้พิษ สิ่งที่ควรทำก็คือ อยู่ให้ห่างไกลจากพวกมัน

 

ลำดับที่ 3 Aconitum (aka Wolfsbane)

เป็นที่รู้จักกันในนามของ Monkshood และ Devil’s Helmet ซึ่งเป็นพืชยืนต้นที่เชื่อกันว่าเป็นของขวัญจากนรกสู่โลก  มีคุณสมบัติเป็นพิษและรู้จักกันดีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แม้กินเข้าไปในปริมาณน้อย ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ระบบทางเดินอาหาร ชาที่ปาก และใบหน้า หากรับประทานในปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที

 

ลำดับที่ 2 Datura (aka Moonflowers)

ดอกไม้หิมะสีขาวที่สวยงามของพืชชนิดนี้ พบได้มากในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของโลก มีการแพร่กระจายไปทั่วทั้งทวีปอเมริกา และ แอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะเม็กซิโกและตอนใต้ของแคนาดาในทวีปอเมริกาเหนือและ ตูนิเซีย และพบว่าในแอฟริกาซึ่งมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์สูงที่สุด ทุกส่วนของพืชนี้มีพิษและถูกใช้ เป็นอาวุธฆาตกรรม และถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมของพวกแม่มด รวมทั้งพิธีกรรมในประเทศอินเดีย

 

ลำดับที่ 1 Brugmansia (aka Angel’s Trumpets)

เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่อันตรายที่สุดจนถึงปัจจุบัน เฉดสีและรูปทรงที่สวยงามของดอกไม้รวมทั้งกลิ่นหอมหวานของมันกลับกลายเป็นสิ่งที่อันตรายถึงตาย เสียงแตรแห่งความตายของชาวแองเจิล นี้อุดมไปด้วยสารพิษ เช่น Atropine, Hyoscyamine และ Scopolamine การกลืนกินใบ เมล็ด หรือ ลำต้นของพืชชนิดนี้เข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย และเป็นอัมพาต เกิดอาการปวดหัวไมเกรนขนาดหนัก และเห็นภาพหลอน ยาที่ได้จากพืชนี้สามารถทำให้มนุษย์กลายเป็น ‘ซอมบี้ที่มีชีวิต’ ทำให้คนที่ได้รับพิษไม่รู้ตัวได้เลยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ แม้ความสวยงามของพืชชนิดนี้อาจดูเหมือนจะเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ประดับห้องนั่งเล่นของคุณ แต่อันตรายและพิษร้ายของมันอาจส่งคุณให้เดินทางสู่ความตายได้

 

SOURCE : listaka

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp