เหตุใด “การะเกด” แต่งกายเป็น “ลาว”? สาระน่ารู้ ละครบุพเพสันนิวาส

แฟนๆ ละครพีเรียด “บุพเพสันนิวาส” ที่กำลังออนแอร์ที่ช่อง 3 ที่กำลังเดินหน้าโกยเรตติ้งจนจะแตะ 2 หลักอยู่แล้วนั้น น่าจะจำฉากที่ “การะเกด” นางเอกของเรื่องเดินทางจากเมืองพิษณุโลกมาถึงกรุงศรีอยุธยาได้ วันนั้นการะเกดได้เหยียบเรือนของท่านออกญาโหราธิบดีเป็นครั้งแรก และได้ตั้งขบวนอย่าง “ลาว” เสียใหญ่โต ส่วนการะเกดก็ได้แต่งกายเป็น “ลาว” อย่างเต็มภาคภูมิ งานนี้ทำให้คุณหญิงจำปาถึงกับเอ่ยปากว่า “กล้าแต่งตัวล้านนาอย่างออกนอกหน้า” เพียงแค่นี้ก็ทำให้พอจะขยายความอะไรได้มากมายทีเดียว วันนี้ Undubzapp จะลองมาคุยกันในเรื่อง ทำไมแม่หญิงการะเกดต้องแต่งกายเป็น “ลาว” กันค่ะ

ถ้าจะขยายความในเรื่องนี้ ก่อนอื่นคงต้องขอทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า ในสมัยโบราณคนล้านนาไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของคนโยเดียหรือคนอยุธยามากนัก เพราะคนอยุธยามองคนล้านนาว่าเป็น “ลาว” ค่ะ แต่คำว่า “ลาว” ไม่ได้หมายถึงประเทศลาวในปัจจุบันหรอกนะคะ ความหมายของคำว่า “ลาว” ในสมัยนั้น หมายถึง กลุ่มชาติพันธุ์ นั่นเองค่ะ นักวิชาการได้เปิดเผยว่าคำว่า “ลาว” แต่เดิมหมายถึง ผู้มีอำนาจ ซึ่งยุคสุโขทัยใช้เรียกคนล้านนา และคำเรียกนี้ก็ยังคงใช้มาเรื่อยจนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ของรัตนโกสินทร์ เราก็ยังคงเรียก “ลาว” อยู่ เรื่องเหล่านี้บวกกับนิสัยส่วนตัวของการะเกดที่เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง โนสน โนแคร์ ผู้ใดทั้งสิ้น เพราะอะไรน่ะหรือคะ ก็เพราะตามประวัติของการะเกดแล้ว เรียกได้ว่าเป็นคนล้านนาแต่กำเนิดทีเดียวน่ะสิคะ เพราะย่าของการะเกดคนล้านนา เพียงแต่พ่อการะเกดได้มาเป็นเจ้าเมืองพิษณุโลก ถึงกระนั้นก็ตามการะเกดก็ยังนับเป็นคนเมืองเหนืออย่างแท้จริง และการที่นางเปิดตัวในวันแรกที่มาถึงเรือนของออกญาโหราธิบดีด้วยการตั้งขบวนและการแต่งตัวอย่างคนล้านนาเต็มยศขนาดนั้น แทบจะเป็นการบอกกลายๆ ว่า “ข้าภูมิใจในความเป็นคนเมืองเหนือ หรือคนล้านนา ที่พวกคนกรุงศรีอยุธยาดูถูกว่าเป็นลาว” แบบนี้เรียกว่าไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบก็ว่าได้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าการะเกดจะไม่เป็นที่โปรดปรานของคนในเรือนนี้

สนับสนุนความคิดนี้ด้วยอีกฉากที่แซ่บพริกยกสวนไม่น้อยไปกว่าฉากเปิดตัวก็คือ ฉากที่การะเกดไปอาละวาดในครัว เพราะไปได้ยินว่าพวกแม่ครัวพูดกันว่า “คนอยุธยากินรสนี้ ส่วนคนเมืองสองแควจะกินอะไร ไม่สน” งานนี้การะเกดอยู่เฉยไม่ได้เสียแล้วค่ะ งานเข้ากันทั้งครัว ขิงก็ราข่าก็แรง ไม่มีคนเมืองไหนยอมกันเลย เพราะเรื่องชาติพันธุ์ในสมัยนั้นเรียกได้ว่า ละเอียดอ่อนกันมากๆ เพราะหลายๆ เมืองยังจะเพิ่งก่อร่างสร้างตัว หลายเมืองยังแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และหลายเมืองก็ยังไม่แข็งแกร่งถึงขั้นเป็นเมืองได้ด้วยซ้ำ งานนี้ใครที่รวมตัวได้ก่อนก็ต้องภาคภูมิใจเป็นธรรมดาค่ะ

แหมได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์แบบนี้ แล้วย้อนกลับไปดูละคร ยิ่งทำให้สนุกยิ่งขึ้นเป็นร้อยๆ เท่าเลยล่ะค่ะ ยิ่งทำให้นับถือในเจ้าของบทประพันธ์ รวมทั้งคนเขียนบท และผู้กำกับด้วย ที่ใส่ใจในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยค่ะ

 

credit images : ptcdn , tvpoolonline , teenee , hunsa