งงทั้งโลก!! 3 หนังสือ “ทำนายอนาคต” ที่ดั๊นกลายเป็นเรื่องจริง

เคยไหมที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมานั่งจินตนาการวาดภาพตัวเรา คนใกล้ชิด หรือกระทั่งสังคมในอนาคตว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เรื่องอะไรที่มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นบ้าง UndubZapp ว่าทุกคนก็เคยคิดกันทั้งนั้นแหละ ผู้คนในอดีตก็เช่นเดียวกัน หลายๆ คนในอดีตเองก็เคยจินตนาการถึงโลกในอนาคตของพวกเขา ซึ่งก็คือโลกในปัจจุบันที่พวกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้ น่าแปลกที่หลายๆ คนสามารถคาดเดาทำนายเรื่องในอนาคตได้ตรงเผงอย่างกับว่าได้มาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ ตาม UndubZapp ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่าในอดีตเคยมีใครทำนายอะไรไว้บ้าง

 

3. From The Earth To The Moon โดย Jules Verne

จูลส์ เวิร์น นักเขียนชาวฝรั่งเศส ผู้ริเริ่มการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์สมัยแรก เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลไปหลายทศวรรษ ราวกับว่าเขาสามารถมองเห็นภาพเมือง การขนส่ง และเทคโนโลยีในอนาคตได้หมด หนังสือเรื่อง From the Earth to the Moon ของเขาซึ่งเขียนขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1865 ทำนายว่าในอนาคตผู้คนจะสามารถเดินทางไปยังดวงจันทร์ได้ ใครจะไปคิดว่าคนในอดีตเมื่อ 150 กว่าปีก่อนจะพูดถูก ตัวเอกในหนังสือของจูลส์ เวิร์นเชื่อว่าตนสามารถไปดวงจันทร์ได้ด้วยยานอวกาศ ซึ่งเจ้ายานนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สามคน  น่าแปลกที่เรื่องนี้ออกจะคล้ายกับเรื่องจริงของยานอพอลโลอยู่ไม่น้อย แถมในความเป็นจริง ยานอพอลโลที่สหรัฐอเมริกาส่งไปสำรวจดวงจันทร์ก็ใช้มนุษย์อวกาศไปสำรวจครั้งละ 3 คนพอดิบพอดี บังเอิญไปหรือเปล่า?

© รูปต้นฉบับ: wikipedia

 

2. Debt of Honor โดย Tom Clancy

Condolezza Rice รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา สมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เคยกล่าวไว้ว่า เหตุการณ์ 9/11 เป็นเหตุการณ์น่าสลดที่ไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้น ใครจะรู้ว่านักเขียนนิยายสงครามและการเมืองชาวอเมริกันอย่าง ทอม แคลนซี ได้ทำนายเหตุการณ์นี้เอาไว้แล้วผ่านหนังสือ Debf of Honor ซึ่งถูกตีพิมพ์ใน ค.ศ.1994 ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริง 7 ปีให้หลังใน ค.ศ.2001 หนังสือเล่าเรื่องผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินและนำเครื่องบินพุ่งชนตึกรัฐสภาเพื่อควบคุมอำนาจบริหารจากรัฐบาล คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้าย 19 คนจี้อากาศยาน 4 ลำพุ่งชนตึกแฝดเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ในวันที่ 11 กันยายน เป๊ะ เมื่อประเด็นคำทำนายนี้เกิดขึ้น ทอม แคลนซี ก็รีบชี้แจงว่าเขาไม่ใช่นักพยาการณ์ ขอแฟนหนังสืออย่าหมกมุ่นกับความคิดนี้

© รูปต้นฉบับ: wikipedia

 

1. The Wreck Of The Titan: Or, Futility โดย Morgan Robertson

พนันได้ว่าทุกคนต้องรู้จักไททานิค เรือสำราญลำเดียวบนโลกซึ่งจมลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก ด้วยสาเหตุอันเนื่องมาจากภูเขาน้ำแข็งเป็นแน่ รู้ไหมว่า 14 ปีก่อนที่เรือไททานิคจะล่มในเดือนเมษายน ค.ศ.1912 นั้น นักเขียนชาวอเมริกันนามว่า มอร์แกน โรเบิร์ตสัน ได้เล่าเรื่องราวที่ละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ของไททานิคเอาไว้ในหนังสือของเขาเรื่อง The Wreck of the Titan: Or, Futiliy ซึ่งตีพิมพ์ ค.ศ.1898 เป็นเรื่องราวของ จอห์น โรวแลนด์ กะลาสีเรืออับโชคซึ่งทำงานอยู่บนเรือ Titan เรือสำราญลำมหึมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรือที่ทั้งสื่อและผู้เชี่ยวชาญต่างพากันโฆษณาว่าไม่มีวันจมเด็ดขาด แต่ลงท้ายเรือ Titan ซึ่งก็ดั๊นชื่อไปคล้ายกับเรือ Titanic อีก ก็ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งจนอับปางลงในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกช่วงเดือนเมษายน ทั้งชื่อเรือ สาเหตุที่เรือจม ช่วงเวลาที่เรือจม ตำแหน่งที่เรือจม เหมือนกันเปี๊ยบทุกประการ แต่มอร์แกนผู้เป็นนักเขียนปฏิเสธเสียงแข็งว่าเขาไม่ได้เห็นภาพอนาคตอะไรเลย แค่เอาประสบการณ์การทำงานบนเรือของเขามาต่อยอดจินตนาการเท่านั้น

© รูปต้นฉบับ: amazon

SOURCE : listverse

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> มึนตึ้บเป็น1,000ปี!! 10 สิ่งมหัศจรรย์ลึกลับของโลก ยังเป็นปริศนาถึงทุกวันนี้

>> นักวิทย์มึนตึ๊บ!! 5 วัตถุลึกลับปริศนา ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้