ต้องซื้อมาเล่นแล้ว!! 10 อันดับวิดีโอเกม ต้นทุนแพงที่สุดปี 2017

เชื่อหรือไม่? ต้นทุนการจะผลิตเกมซักเกมหนึ่ง ใช้เงินสูงแพงยิ่งกว่าทุนสร้างหนังฮอลลีวูดบางเรื่องเสียอีก โดย 10 อันดับวิดีโอเกมเกม ต้นทุนแพงที่สุดปี 2017 จะตัวเลขสูงเว่อร์ขนาดไหน และจะมีเกมอะไรบ้าง ตามมาดูโลด!!

 

10. ‘Metal Gear Solid 4: Guns of the Patriots’ (2008)

ต้นทุนการสร้าง : 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

งบประมาณการผลิตเกมทหารภาคต่อสุดมันส์เดือดอย่าง Metal Gear Solid 4 อยู่ที่ราวๆ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงแม้จะเกมเก่าแล้วแต่ภาพกราฟิก Cut Scene ยังสวยงามสะใจเหล่าฮาร์ดคอร์เกมเมอร์เหลือเกิน

Metal Gear Solid 4 Guns of the Patriots (2008)

 

9. ‘Metal Gear Solid 5: The Phantom Pain’ (2015)

ต้นทุนการสร้าง : 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ยังคงอยู่กับ Metal Gear Solid โดยมาถึงภาค 5 กับต้นทุนการผลิตอยู่ที่ราวๆ ประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับระบบการเล่นแบบ Open World ที่มากขึ้น ให้ผู้เล่นได้สะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อย่างอิสระ

Metal Gear Solid 5 The Phantom Pain (2015)

 

8. ‘Defiance’ (2013)

ต้นทุนการสร้าง : 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เกมแนว Shooting ออนไลน์สุดมันส์ในโลกอันกว้างใหญ่ ที่เคยเป็นกระแสยอดนิยมของวงการเกมในยุคนั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่จะทุนสร้างสูงถึง 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

'Defiance' (2013)

 

7. ‘Red Dead Redemption’ (2010)

ต้นทุนการสร้าง : 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ยังคงวนเวียนกับเกมแนวยิงปืน แต่มาแบบแนวสไตล์คาวบอยตะวันตกสุดเท่ ผู้ขี่ม้าท่องโลกกว้าง กับสุดยอดการผจญภัยเสี่ยงอันตราย ที่ทุนการผลิตเกมสูงถึง 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

'Red Dead Redemption' (2010)

 

6. ‘Too Human’ (2008)

ต้นทุนการสร้าง : 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ว่ากันว่าเหตุที่เกม Too Human งบบานปลายเกือบจะร้อยล้านขนาดนี้ เป็นเพราะว่าตัวเกมมีการปรับเปลี่ยนระบบในภายหลังที่เกมเสร็จแล้ว ทำให้ผู้พัฒนาต้องโปะเงินลงทุนเพิ่มไปอีก

'Too Human' (2008)

 

 5. ‘Grand Theft Auto 4’ (2008)

ต้นทุนการสร้าง : 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เกมนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ว่าทำไมทุนการผลิตถึงสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับเกมแนว Action Gangster สุดเท่ดิบเถื่อนในโลก Open World ที่คนเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมืองขนาดนี้ ไม่ลงทุนสูงได้ไง

'Grand Theft Auto 4' (2008)

 

4. ‘Max Payne 3’ (2012)

ต้นทุนการสร้าง : 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อีกหนึ่งเกมที่จำลองเมือง San Paulo ได้สวยงามละเอียดทุกตารางนิ้ว ทำให้ทีมงานผู้ผลิตต้องลงทุนทั้งแรงและทั้งสมองในการรีเสิร์ชหาข้อมูลอย่างหนัก กว่าจะได้เกมคุณภาพเยี่ยมให้ทุกท่านได้เล่นกัน 

'Max Payne 3' (2012)

 

 3. ‘Grand Theft Auto 5’ (2013)

ต้นทุนการสร้าง : 137 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เกมสุดดังแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่หลังจากภาค 4 ภาค 5 มาจัดเต็มทุนสร้างหนักยิ่งกว่าหนัง Hollywood ถึง 137 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเมื่อเกมได้ถูกวางจำหน่าย สามารถทำเงินกว่า 500 ล้านดอลล่าร์ฯ ภายในเวลาเพียง 1 อาทิตย์ เทพจริงๆ!

'Grand Theft Auto 5' (2013)

 

 2. ‘Destiny’ (2014)

ต้นทุนการสร้าง : 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เกมแนว Open World ภาพกราฟิกล้ำๆ สุดไฮเทคที่ดูจะต้องใช้ทุนการผลิตสูงอยู่แล้ว แต่ในระหว่างการผลิตผู้สร้างกลับพบปัญหามากมาย จึงทำให้งบบานปลายสูงถึง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนผลที่ออกมาจะถูกใจเกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน ต้องตามไปลองเล่นกันเองดีกว่า

'Destiny' (2014)

 

 1. ‘Star Wars: The Old Republic’ (2011)

ต้นทุนการสร้าง : 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เกม MMORPG ในโลกของ Star Wars จักรวาลแสนกว้างใหญ่ที่มีแฟนๆ ต่างรอคอยและคาดหวังกันทั่วโลก โดยผู้ผลิตตั้งใจทุ่มทุนสร้างเป็นงบประมาณสูงถึง 200 ล้านเพื่อให้เกมเมอร์และแฟนสตาร์วอส์ได้เล่นกันยาวๆ ไปเลย

'Star Wars The Old Republic' (2011)

CR : nowloading