เปิดประวัติ “เติ้ล ธนพล” จากพระเอกดัง สู่ชีวิตพลิกผันเข้าเรือนจำ

ช่วงนี้ชื่อของพระเอกดังอย่าง เติ้ล ธนพล กลับมาถูกให้ความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่จู่ๆ แฟนสาวโพสต์ข้อความปริศนาว่า ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็พร้อมอยู่เคียงข้าง จากนั้นไม่นานหนุ่มเติ้ลก็มีข่าวว่าโดนคดีโกงไฟหลวง ทำให้ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งวันนี้ Undubzapp ขอพาทุกคนไปย้อนดูประวัติของหนุ่มคนนี้กันดีกว่าว่าเป็นอย่างไรบ้าง

 

ติด 1 ใน 50 หนุ่มโสดในฝัน CLEO ประจำปี พ.ศ. 2549

โดยหนุ่มเติ้ลนั้นเริ่มต้นเส้นทางบันเทิงในสายงานโฆษณา ทำให้เริ่มมีผู้คนรู้จัก จนทำให้เขาได้รับการโหวตให้ติด 1 ใน 50 หนุ่ม CLEO ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าหากหนุ่มคนไหนได้รับการโหวตก็มักจะได้รับความสนใจมากขึ้นตาม ทำให้มีโอกาสที่แมวมอง หรือบรรดาผู้จัดละครเห็นแวว ชักชวนเข้ามาเป็นดารานักแสดงเพิ่มขึ้น

 

ละครเรื่องแรก “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้”

หลังจากที่เข้าติด 1 ใน 50 หนุ่ม CLEO ในปีเดียวกันนั้นเองเติ้ลก็มีงานละครเข้ามา เริ่มต้นจาก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ละครเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นมัธยมฯชาย ที่มีเนื้อหาช่วยสอนสังคม ซึ่งถือเป็นละครที่โด่งดังมากในยุคนั้น ทำให้หนุ่มเติ้ลเริ่มเป็นที่รู้จัก และหลายคนเห็นความสามารถ จนมีงานละครตามมาอีกมากมาย

 

แจ้งเกิดจากบท ราชิด เรื่อง ดั่งดวงหฤทัย

ในปีถัดมาชื่อของ เติ้ล ธนพล ก็เป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงนำชายของ 7 เมื่อเจ้าตัวได้แสดงีมือการแสดงผ่านบท ราชิด จากเรื่อง ดั่งดวงหฤทัย ที่แม้จะเป็นบทพระรอง แต่ด้วยตัวบทบวกกับความสามารถของหนุ่มเติ้ลทำให้ตัวละครตัวนี้โดดเด่นจนถูกคนพูดถึงเป็นวงกว้าง

 

เซ็นสัญญาในฐานะนักแสดงช่อง 7

หลังจากนั้นเติ้ลก็เซ็นสัญญากับทางช่อง และมีผลงานละครมากมาย ทั้งที่ได้รับบทเป็นพระรองหรือตัวเด่น ไปจนถึงระดับพระเอกของช่อง เช่น บ่วงร้ายพ่ายรัก, ป่านางเสือ, เพลิงพรหม, เกิดเป็นหงส์, เจ้านาง นอกจากนี้ยังร่วมร้องเพลงประกอบละครมากถึง 9 เพลงด้วยกัน

 

จุดพลิกผันของชีวิต

เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2560 หลังเป็นข่าวดังกรณีลักลอบต่อไฟฟ้ามาใช้ในธุรกิจคาร์แคร์ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเวลานานราว 2-3 ปี ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาจำคุก 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา  จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ด้านทนายของหนุ่มเติ้ลได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว และยื่นอุทธรณ์ โดยต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ.335 (7) วรรคหนึ่ง ประกอบ มาตรา 83 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

จากนั้นจำเลยจึงยื่นฎีกา ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนและตัดสินเห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้องพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ทำให้หลังจากอ่านคำพิพากษาเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวเติ้ลไปคุมขังยังเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา เพื่อรับโทษตามกฎหมายต่อไป

 

ภาพจาก : tle_tanapol