หรูขึ้นไปอีกขั้น!! 10 อันดับเทคนิค “เจียระไนเพชร” เพิ่มมูลค่า “เพชร” แพงขึ้นเท่าตัว

เพชร… เป็นอัญมณี ที่มีค่า และมีราคาแพงที่สุดที่คนทั่วโลกต่างยอมรับ และปรารถนาที่จะครอบครอง  แต่ก่อนที่จะเลือกซื้อเพชรที่มีมูลค่าสูงนั้น ควรจะพิจารณา ตรวจสอบ อย่างรอบคอบ ทั้งขนาดของเพชร ที่มีหน่วยวัดเป็น กะรัต (Carat), การเจียระไน หรือ Cut และปัจจัยด้านอื่นๆ ของเพชร เช่น สี (Color) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเพชรขาว ไร้สี ก็อาจเลือกเพชรน้ำ 100, 99, 98 (D, E, F) หรือเลือกเพชรเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) ที่เวลามองจากด้านหน้า ก็ยังดูขาวแทบไม่ต่างจากเพชรไร้สี ยิ่งถ้าเกรดเจียระไนที่มีฝีมือสูง ก็จะทำให้เพชรนั้นสะท้อนแสงได้ดี ทำให้เพชรดูขาวขึ้น

จะเห็นได้ว่า การเจียระไน นั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญและมีผลโดยตรงต่อความสวยงามของเพชรอย่างมาก ทั้ง ไฟ (Fire), การสะท้อนแสง (Light Return), ประกาย (Brilliancy) และ ความระยิบระยับ (Scintillation) แม้ว่าจะเลือกเพชร น้ำ 100 ไร้ตำหนิ แต่ถ้าเพชรได้รับการเจียระไนไม่ดี ก็ทำให้เพชรเม็ดนั้นไม่เปล่งประกายล้อแสงไฟ ซึ่งการที่เพชรสามารถส่องประกายได้มาก จะมีผลทำให้ราคาของเพชรนั้นสูงมากขึ้น UndubZapp นำ 10 อันดับเทคนิคการเจียระไนเพชรที่แพงและดีที่สุดในโลกมาให้ได้ชมกันค่ะ

 

อันดับที่ 10 การเจียระไนแบบ Radiant Cut Diamonds

การเจียระไนเพชรสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า Radiant Cut นี้ เป็นการเจียระไนเพชรให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีการตัดมุมนิดหน่อยพองาม เป็นลูกผสมของการเจียระไนหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยอาจจะมีเหลี่ยมได้ตั้งแต่ 53-70 เหลี่ยมในแต่ละเม็ด มีผลทำให้สีของเพชรดูขาวขึ้น ซึ่งในใบเซอร์ GIA จะระบุว่าเป็น Cut-Cornered Square Modified Brilliant ไม่ได้เขียนตรงๆ ว่า Radiant Cut ราคาของการเจียระไนนี้คือ 2,803 เหรียญต่อเพชรขนาด 0.5 กะรัต ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคการเจียระไนที่มีราคาแพงมาก

 

อันดับที่ 9 การเจียระไนแบบเพชรรูปหัวใจ (Heart Shaped Diamonds)

เพชรรูปหัวใจ เป็น รูปทรงเชิงสัญลักษณ์ของความรักที่สร้างสรรค์จากเพชรรูปทรงหยดน้ำโดยเจียระไนแต่งเติมยอดของหยดน้ำให้เป็นรอยเว้าที่ทำให้เกิดเป็นรูปหัวใจ วิธีการแบบนี้ต้องใช้ฝีมือช่างที่มีความละเอียดสูงเพราะต้องคำนวณให้แม่นยำจึงทำให้ได้รูปหัวใจที่ได้สัดส่วนสวยงาม ส่งผลให้เพชรที่ใช้วิธีการเจียระไนแบบนี้ทำให้ราคาของเพชรเพิ่มมูลค่าเป็น 2,803 เหรียญ ต่อ 0.5 กะรัต สำหรับเพชรรูปทรงนี้

 

อันดับที่ 8 การเจียระไนรูปทรงกลมเหลี่ยมขั้นบันได (Asscher Cut Diamonds)

เป็นรูปทรงที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในประเทศฮอลแลนด์โดย บริษัท เพชรแอชเชอร์ โดยพี่น้องในตระกูล Asscher ที่มีชื่อเสียง ในปี 1902 หลังจากนั้นก็มีการแพร่กระจายไปทั่วโลก ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมากในโลกของเครื่องประดับ รูปลักษณ์ของการเจียระไนแบบนี้จะมีหน้า Table เล็กลง มี Crown ที่สูงขึ้น มี pavilion ที่ลึกขึ้น และมีการตัดมุม เป็นการเจียระไนให้ได้หน้าตัดของเพชรเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่กว้างถึง 72 หน้าและมีหน้าตัดที่ลาดลงลึกตามขอบมุมของเพชรทำให้ดูคล้ายการเจียระไนรูปทรงหลังเต่า แปดเหลี่ยม ส่งผลให้ราคาของเพชรที่มีรูปทรงนี้มีมูลค่า 2,803 เหรียญ ต่อ 0.5 กะรัต

 

อันดับที่ 7 การเจียระไนรูปทรงสี่เหลี่ยมมรกต (Emerald Cut Diamond)

รูปของหินมีค่านี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และตัดมุมทั้งสี่ด้านของเพชรออก โดยเจียระไนด้านข้างเป็นขั้นบันใด เมื่อเราเลือกเพชรหน้าสี่เหลี่ยมเมื่อใดก็ตาม ให้จำไว้เสมอว่า ราคาจะถูกกว่าเพชรน้ำหนักเดียวกันเมื่อเพชรเม็ดนั้นมีหน้ากลม ราคาของการเจียระไนนี้คือ 2,803 เหรียญสำหรับแต่ละ 0.5 กะรัต

 

อันดับที่ 6 การเจียระไนเพชรรูปทรงหมอน (Cushion Shaped Diamonds)

ดูเผินๆ จะออกมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แม้ว่าสัดส่วนจะดูแล้วเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ตาม บางครั้งก็เรียกว่าเป็นการการเจียระไนเป็นรูปทรงหมอน เพราะการเจียระไนจะมี culet ที่ตัดปลายเมื่อดูหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่ด้านมนๆ ซึ่งดูแล้วคล้ายหมอนใบหนึ่ง หน้าตัดการเจียระไนทำให้เพชรมีความลึก ขอบมุมเพชรที่กลมมนทำให้การสะท้อนกลับของแสงที่เข้มสูงเกินกว่าปกติ เป็นรูปทรงที่ได้รับการยอมรับในตลาดมาเกือบสองศตวรรษ แต่มันเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนสำหรับศตวรรษที่ 1 ของ ในขณะที่การเจียระไนแบบนี้ส่งผลให้เพชรมีราคา 2,803 เหรียญ ต่อ 0.5 กะรัต

 

อันดับที่ 5 การเจียระไนรูปทรงหยดน้ำ (Pear Shaped Diamonds)

เป็นการเจียระไนที่นำเอาความสวยงามของการเจียระไนรูปทรงไข่กับรูปทรงมาคีส์มาผสมผสานกัน รูปทรงจึงดูเหมือนการประกายของหยดน้ำตา เป็นเพชรอีกรูปทรงหนึ่งที่เหมาะที่จะประดับบนฝ่ามือที่แบนราบและเรียวนิ้วที่สั้น และจะให้ความงดงามเป็นพิเศษเมื่อประดับเป็นจี้ที่สร้อยหรือต่างหู ราคาของเพชรที่ได้รับการเจียระไนแบบนี้จะอยู่ที่ 2,803 เหรียญ ต่อ น้ำหนักเพียง 0.5 กะรัตเท่านั้น

 

อันดับที่ 4 การเจียระไนรูปทรงมาคีส์ (Marquise Diamonds)

เป็นการเรียกตามชื่อ Marquise de Pompadour ซึ่งเป็นขุนนางในวังของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เพชรรูปทรงมาคีส์จะเปล่งประกายสวยงามเมื่อนำมาทำเป็นหัวแหวนเดี่ยว solitaire หรือยิ่งหากมีเพชรล้อมด้วยเม็ดเล็กๆ ก็จะยิ่งเสริมให้สวยงามยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มราคาของเพชรให้สูงถึง 2,803 เหรียญ ต่อ 0.5 กะรัต

 

อันดับที่ 3 การเจียระไนเพชรทรงรูปไข่ (Oval Diamonds)

การเจียระไนแบบนี้มีลักษณะสมมาตรที่งดงามและเป็นที่นิยมของสุภาพสตรีที่มีเรียวแขนเล็กๆ และใครที่มีนิ้วสั้น ความยาวรีของรูปทรงเพชรที่ทอดยาวตามฝ่ามือจะช่วยทำให้นิ้วดูเรียวนิ้วยาวขึ้น ราคาของการเจียระไนแบบนี้ทำให้เพชรมีค่าถึง 2,803 เหรียญ ต่อ 0.5 กะรัต

 

อันดับที่ 2 การเจียระไนรูปทรงจัตุรัส หรือ เรียกว่ารูปทรงปริ๊นเซส (Princess Cut Diamond)

เป็นการเจียระไน รูปแบบใหม่ที่ให้หน้าเพชรสะท้อนแสงเป็นแนวราบกับแนวแขนเหมาะกับนิ้วที่เรียวยาวเมื่อสวมใส่แหวนเม็ดเดี่ยว solitaire เพชรจะสะท้อนเแสงที่สวยงามเมื่อแนวแสงกระทบกับด้านข้างเพชรที่มีหน้ารูปสามเหลี่ยม ถูกใช้เป็นครั้งแรกในโลกในปี 1960 และได้รับความนิยมมาก การเจียระไนแบบนี้ทำให้ราคาของเพชรสูงถึง 2,803 เหรียญ ต่อ 0.5 กะรัต

 

อันดับที่ 1 การเจียระไนเพชรทรงกลม หรือ รูปทรงกลมเหลี่ยมเกสร (Round Brilliant Diamonds)

เป็นรูปทรงยอดนิยม ของผู้ซื้อกว่า 75 % การเจียระไนแบบนี้ทำให้ได้เหลี่ยมเกสรทั้งหมด 58 หน้า แบ่งป็น crown (top), girdle และ pavilion (base) เป็นรูปทรงที่มั่นใจได้ว่าจะให้การสะท้อนแวววาวมากที่สุด แน่นอนว่าราคาของมันก็จะแพงที่สุดด้วยเช่นกันโดยส่งเสริมให้เพชรมีราคาประมาณ 2,950 ดอลลาร์ ต่อ 0.5 กะรัต

 

SOURCE : www.mostluxuriouslist