เล่นได้ แต่ต้องมีลิมิต!! 10 อันดับอาการ “ติดเกม” อยู่ระดับไหนอันตรายแล้วนะ

การเล่นเกมถือเป็นกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด และเสริมสร้างจินตนาการที่มีประโยชน์อยู่ไม่น้อย แถมยังช่วยเสริมทักษะในชีวิตได้หากเอามาปรับใช้อย่างถูกวิธี นี่แหละเขาเรียกว่าเป็นทั้งโปรเกมเมอร์ และโปรการใช้ชีวิต แต่กลับกันบางคนกลับเล่นเกมอย่างเป็นบ้าเป็นหลังโดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย แถมยังติดเกมหนักอุทิศเวลาทั้งหมดเพื่อเล่นเกมโดยส่งผลเสียต่อชีวิต เช่น ไม่เข้าสังคม ไม่กินข้าวปลา เก็บตัวอยู่ในห้อง เริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวถ้าไม่ได้เล่น เรามาดู 10 อันดับอาการติดเกม อยู่ระดับไหนคืออันตรายแล้วนะ! ถ้าใครเข้าข่ายยังมีสิทธิ์กลับตัวกลับใจได้ทัน แบ่งเวลาการใช้ชีวิตและเล่นเกมให้สมดุล แล้วชีวิตคุณจะมีความสุขรอบด้านค่ะ

 

10. เล่นเพลินจนลืมดูแลสุขอนามัย

ระดับความติด: 4/10

ข้อนี้คือจุดเริ่มต้นของอาการที่เรียกว่าติดงอมแงม เป็นอาการที่เล่นเกมเพลินจนลืมเวลา ไม่สนใจสุขอนามัยของตัวเอง เช่น ตื่นเช้ามาเข้าเกมก่อน หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปรง และทำได้แม้กระทั่งการกินข้าวโดยที่ไม่แปรงฟันเพราะไม่อยากหยุดเกม! ประตูขั้นแรกสู่การติดขั้นหนักได้เปิดออกแล้ว

 

9. ถอยห่างจากสังคม

ระดับความติด: 5.5/10

ขยับขึ้นมาอีกระดับกับอาการติดเกมที่เริ่มจะตัดตัวเองออกจากสังคมรอบข้าง เพื่อนนัดไม่ไป ไปกินข้าวกับครอบครัวไม่ทำ ปาร์ตี้ไม่สน สิ่งสำคัญคือได้อยู่กับเกมที่รักเท่านั้น

 

8. คิดถึงแต่เกมแม้จะทำอย่างอื่นอยู่

ระดับความติด: 6/10

จุดนี้คุณกำลังเริ่มเข้าสู่อาการหมกมุ่นแล้ว เพราะในหัวมีแต่เพียงเรื่องเกมเท่านั้นแม้จะทำกิจกรรมอื่นอยู่ ซึ่งกิจกรรมที่ว่าก็เคยเป็นกิจกรรมที่ครั้งหนึ่งคุณเคยชอบมันมาก ๆ ก็ไม่สามารถดึงคุณให้ออกมาจากความคิดถึงที่มีต่อเกมได้

 

7. หมดความสนใจในงานอดิเรกอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง

ระดับความติด: 7/10

ขั้นกว่าของอาการหมกมุ่น คือการหมดความสนใจในงานอดิเรกหรือกิจกรรมอื่น ๆ รอบตัวไปดื้อ ๆ คิดเพียงแต่ว่าเกมคือกิจกรรมและงานอดิเรกเดียวเท่านั้นที่สำคัญ

 

6. แอบเล่น/โกหกเกี่ยวกับเวลาที่ใช้เล่นเกม

ระดับความติด: 7.5/10

หากมาถึงในระดับนี้คุณได้ก้าวเข้าสู่อาการติดเกมขั้นเกือบหนักไปแล้วครึ่งตัว เกมกลายเป็นสิ่งที่คุณขาดไม่ได้จนถึงขนาดฝ่าฝืนข้อห้ามและแอบเล่น แถมหากถึงขั้นโกหกเวลาที่ใช้เล่นเกมด้วยแล้วล่ะก็…คุณพร้อมที่จะขยับอาการติดขึ้นไปอีกขั้นแล้วแน่นอน

 

5. หงุดหงิดเมื่อไม่ได้เล่น

ระดับความติด: 8/10

ระดับนี้คือคุณได้ก้าวเข้าสู่อาการติดเกมขั้นเกือบหนักอย่างเต็มตัวแล้ว คุณจะรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสีย ไม่เป็นอันทำอะไรเมื่อไม่ได้เล่นเกม หรืออาจจะกังวลถึงเกมแทบจะตลอดเวลา

 

4. อุทิศเวลาเรียน/งานทั้งหมดไปกับเกม

ระดับความติด: 8.5/10

มาถึงตรงนี้คุณก้าวเข้าสู่อาการติดเกมขั้นหนักในขั้นเริ่มแรกแล้วเรียบร้อย เพราะในขั้นนี้คุณจะกลายเป็นคนเหลวไหลที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะงานหรือเรียนล้วนไม่มีความสำคัญต่อคุณอีกต่อไป

 

3. อดหลับอดนอน

ระดับความติด: 9.5/10

ขั้นนี้ต้องบอกว่าระดับความติดเกือบเต็มแม็กซ์! เพราะมันลามมากระทบกับสุขภาพโดยตรงแล้วเรียบร้อย คุณจะเล่นมันทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะการนอนคือสิ่งที่ทำให้เสียเวลาเล่นเกม!

 

2. กระสับกระส่าย/ซึมเศร้าเมื่อไม่ได้เล่น

ระดับความติด: 10/10

ในขั้นนั้นไม่ต่างจากอาการติดยาเลยสักนิดเดียวเพราะมันเลยคำว่าหมกมุ่นไปไกลมาก! เกมสามารถทำให้คุณเกิดความวิตกกังวลกระสับกระส่ายจนถึงขั้นซึมเศร้าได้หากไม่ได้เล่น นั้นหมายความว่าเกมเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตคุณแล้ว 100%!

 

1. ใช้เกมเพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริง

ระดับความติด: 11/10

ขั้นกว่าของขั้นกว่าของขั้นกว่าของอาการติดเกมไปอีก เพราะเกมหรือชีวิตจริงคุณแยกไม่ออกและไม่อยากแยกมันออกจากกัน! เกมสำหรับคุณคือทุกสิ่งทุกอย่าง มันแทนโลกแห่งความจริงทั้งใบได้และโลกแห่งความจริงก็ไม่จำเป็นสำหรับคุณอีกต่อไป! ระดับความติดจึงไม่ต้องพูดถึงเพราะทะลุหน่วยวัดกันไปเลย

 

เทคนิคแก้อาการติดเกม:

  • จำกัดเวลาเล่นให้เป็นนิสัย
  • ลำดับความสำคัญในชีวิตและฝึกบังคับตัวเองให้ทำตามแผนที่วางไว้
  • จำกัดการเข้าถึงเกมให้น้อยลง เช่น เอาลายนิ้วมือพ่อหรือแม่มาใช้ล็อคแอพเกมซะ!
  • ลดความสำคัญของเกมลงจากสิ่งที่ต้องทำเป็นรางวัลแห่งการพักผ่อนเมื่อทำงานเสร็จ

SOURCE : psychguides

 

แซ่บกันต่อ…

>> เกรียนให้จริงจัง 15 ตำแหน่งงานสายเกม ใครฝันอยากสร้างเกมต้องรู้

>> เกมดักแก่!! 10 เกมเก่าในตำนาน ที่เราคิดถึงสุดๆ