ลืมพีระมิดอาหารไปเลย!! 6 หลักโภชนาอาหารแนวใหม่ ช่วยหุ่นดี ใช้ชีวิตง่ายๆ

หลายคนคงเคยเรียนเรื่องพีระมิดอาหารในวิชาสุขศึกษากันมาบ้างตอนเด็ก ๆ  แต่น้อยคนนักที่จะสามารถนำพีระมิดอาหารมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง  ซึ่งหลักการพีระมิดไม่ได้ผิดค่ะ เพียงแค่มันยากแก่การจดจำ  และในเมื่อเราเรียนเรื่องนี้กันมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว ก็ต้องเวลาที่คนรุ่นใหม่ต้องเปลี่ยนอะไร ๆ ให้ง่ายขึ้น

 

โชคดีที่ปัจจุบันได้นักโภชนาการรุ่นใหม่ได้มีการคิดค้นหลักการทานอาหาร  รวมทั้งสัดส่วนการทานแบบที่เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น  โดยการจินตนาการถึงอาหารสัก 1 จาน ครึ่งจานเป็นสัดส่วนของผักและผลไม้  ขณะที่ในส่วนที่เหลือให้คุณแบ่งเนื้อที่ให้กับอาหารประเภทโปรตีนและธัญพืชอย่างละครึ่ง  เคียงคู่ด้วยผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำอีกสักแก้ว เพียงเท่านี้ก็จะได้มื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพสักมื้อแล้วค่ะ

นอกจากนี้ นักโภชนาการรุ่นใหม่ยังฝากเคล็ดลับในการทานอาหารที่บางข้ออาจฉีกกฎหลักการเก่าๆ  แต่ก็รับรองว่าดีต่อสุขภาพ แถมเข้าใจได้ง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วยค่ะ

 

1. แบ่งสัดส่วนให้อาหารขยะ 260 แคลอรี่

โดยรวมแล้วมนุษย์เรามีความต้องการใช้พลังงานต่อวันอยู่ที่ประมาณ 2,000 แคลอรี่  ซึ่งตามหลักการ เราควรรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเท่านั้น ขณะที่สัดส่วนการกินขนมเป็นศูนย์ แต่เพื่อไม่เป็นการโหดร้ายกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่จนเกินไปที่อาจต้องการพักผ่อน สังสรรค์กับเพื่อนบ้าง  หลักการใหม่นี้จึงอนุญาตให้คุณทานตามใจได้บ้าง แต่ต้องไม่เกิน 260 แคลอรี่ต่อวันค่ะ

 

2. ระวังไขมันทรานส์และน้ำตาลแฝง

กระแสต่อต้านไขมันทรานส์ซึ่งไขมันที่มีมากในอาหารประเภทเนย มาการีน และไขมันสัตว์ กำลังมาแรง เนื่องจากไขมันดังกล่าวอาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เช่นเดียวกับน้ำตาลแฝงมักมีอยู่ในอาหารเกือบทุกประเภท ดังนั้น ควรเน้นการทานอาหารจากธรรมชาติที่มีการปรุงและแปรรูปน้อยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงจากอาหารอันตรายเหล่านี้ค่ะ

 

3. ทานซีฟู้ดให้มากขึ้น

อาหารซีฟู้ดมักอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อหัวใจและสมองอย่างกรดโอเมก้า 3  โดยหลักการทานอาหารแบบใหม่นี้ แนะนำให้ผู้บริโภคทานอาหารทะเลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 8 ออนซ์  โดยมีการศึกษาพบว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ค่ะ

 

4. ทานพืชผักสีแดงเป็นประจำ

ปกติแล้วนักโภชนาการมักแนะนำให้รับประทานผักใบเขียว  แต่ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า  ผักสีแดงอย่างมะเขือเทศหรือพริกหยวกสีแดง เป็นแหล่งอาหารสำคัญที่อุดมไปด้วย วิตามินซี , ไลโคบีน และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ   โดยแนะนำให้รับประทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 ถ้วยตวง

 

5. กินผลไม้เป็นประจำทุกวัน

ถึงแม้จะไม่ใช่ความรู้ใหม่  แต่การตระหนักถึงความสำคัญของการรับประทานผลไม้เป็นเรื่องสำคัญ  จากการสำรวจพบว่ามีผู้บริโภคเพียง 42% เท่านั้นที่รับประทานผลไม้ได้ถึง 2 ถ้วยตวงต่อวัน ซึ่งถือเป็นปริมาณขั้นต่ำที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ   นอกจากนี้ การรับประทานผลไม้เป็นของว่างให้มากขึ้น จะช่วยลดพฤติกรรมการทานขนมหวานลงได้ด้วยค่ะ

 

6. หาโอกาสทานมังสวิรัติบ้าง

หลายคนกังวลว่าการรับประทานมังสวิรัติจะทำให้ได้สารอาหารไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีน  แต่ความจริงแล้ว โปรตีนที่ได้จากไข่ นม และถั่วต่างๆ นั้น มีสารอาหารเพียงต่อความต้องการของร่างกาย  แถมการรับประทานมังสวิรัติจะทำให้เราได้ทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น พร้อมกับลดการนำเข้าไขมันจากสัตว์อีกด้วย

แม้หลักทฤษฎีของนักโภชนาการสมัยใหม่อาจไม่ใช่ความรู้ใหม่เสียทีเดียว แต่ก็มีการเพิ่มเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย พร้อมกับปรับให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ซึ่ง UndubZapp แนะนำว่า  คนรุ่นใหม่อย่างเราต้องคอยอัปเดตข่าวสารเรื่องสุขภาพอยู่เสมอ จะได้สุขภาพดีแบบไม่ตกเทรนด์ค่ะ

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> อาการ “อยากอาหารบางชนิด” บอกปัญหาสุขภาพ หาใช่ตะกละไม่

>> สุขภาพดีเข้าเส้น!! 4 วิธีกินอาหาร “ตามกรุ๊ปเลือด” ลดอ้วน สาวกรุ๊ป A B AB O