4 กองหน้า “เครื่องจักรสังหารประตู” อันตรายที่สุดในซีซั่น 2017-2018 ของพรีเมียร์ ลีค

หลังจากรูดม่านพรีเมียร์ลีกมาจนถึงตอนนี้ อีกแค่เพียง 2 เกม เผลอแป๊บเดียวก็จะเข้าสู่ช่วง 1 ใน 4 ของฤดูกาลกันแล้ว และบรรดาทีมใหญ่ต่างพาเหรดกันมาตามนัด แต่ละทีมพากันขับเคี่ยว บดบี้ ขยี้ ตำแหน่งจ่าฝูงกันอย่างดุเดือด หลังจากผ่านไป 7 เกมตอนนี้เปิดหัวตารางด้วย อันดับ 1 และ 2 ซึ่งมาจากเมือง Manchester ทั้งคู่

 

เหล่าพลพรรค ‘ The Citizen ‘ Manchester City นั้นเป็นจ่าฝูงเพียงเพราะมีผลประตูได้เสีย + มากกว่า Manchester United แค่ 1 ประตูเท่านั้น ตามมาด้วย Tottenham Hotspur , Chelsea , Arsenal ไล่เรียงกันไปตามลำดับ โดยมีเพียง Liverpool เท่านั้นที่ถูกขั้นด้วย Burnley ทีมฟอร์มแรงภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือมากฝีมืออย่าง Sean Dyce

ถึงแม้อันดับตารางคะแนนของแต่ละทีมจะลดหลั่นกันไปตามฟอร์มการเล่นในแต่ละเกม แต่สิ่งหนึ่งที่ทีมใหญ่มีเหมือนกันในปีนี้คือเกมรุกที่จัดจ้าน ยิงกระจายกันแทบทุกทีม

และวันนี้ Undubzapp จะพาไปพบกับ 4 เครื่องจักรสังหารถล่มประตูของ 4 ทีมหัวแถวในอันดับตารางดาวซัลโว และ ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้ และจาก 2 ใน 4 คนที่ว่านี้สามารถทำแฮตทริคกันได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากผ่านเกมลีกมาแค่ 7 นัดเท่านั้น

4 กองหน้า เครื่องจักรสังหารประตู© รูปต้นฉบับ:talksport

 

1. Romelu Lukaku ( 7 นัด 7 ประตู )

มาเริ่มกันที่อันดับแรกกับศูนย์หน้าเบลเจี้ยนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 ในขณะนี้ Lukaku นำอันดับดาวซัลโวด้วยผลงาน 7 ประตูจาก 7 เกม หรือคิดเฉลี่ยเป็น ทุกๆ 1 เกม ‘บิ๊กรอม’ ต้องลั่น 1 ประตู

ตั้งแต่เปิดซีซั่นมาจนถึงตอนนี้ Lukaku ได้รับคำชื่นชมจากตัวกุนซืออย่าง Jose Mourinho และเสียงสรรเสริญพร้อมด้วยเสียงกระทืบมือจากเหล่าบรรดา Red Army เป็นอย่างมาก กับผลงานอันสุดร้อนแรง ด้วยสถิติการพังประตูเฉลี่ย 1 เกมต่อ 1 ประตู โดยนับเฉพาะแค่ในลีก และถ้านับรวมทุกถ้วยแล้ว “บิ๊กรอม” ซึ่งฟอร์มกำลังร้อนฉ่า ซัดไปแล้วทั้งหมด 11 ประตูจากการเล่นเพียง 10 เกมจากทุกรายการ

Romelu Lukaku © รูปต้นฉบับ:mirror

Lukaku นั้นเป็นกองหน้าที่ค่อนข้างครบเครื่อง ตัวใหญ่แข็งแกร่งแต่มีความเร็ว และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ของพี่แกนั้นช่วยให้ชนกับพวกเซ็นเตอร์ขาโหดทั้งหลายได้สบายๆ แถมด้วยความเร็วที่พร้อมจะบดบี้กระชากเข้าไปซัดประตูได้ตลอดเวลา หากกองหลังนั้นเผลอในเวลาเพียงเศษเสี้ยว

แม้ว่าในบางเกม เราอาจจะเห็นเขานั้นใช้โอกาสเปลืองไปบ้าง จากการสร้างสรรค์โอกาสมากมายของเพื่อนร่วมทีม แต่ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการประตู เราก็มักจะเห็นชื่อของ Lukaku โผล่มาขึ้นบนสกอร์บอร์ดอยู่เสมอ

Lukaku© รูปต้นฉบับ:siamsport

 

2. Sergio ‘Kun’ Agüero ( 6 นัด 6 ประตู )

นับตั้งแต่ ‘El Kun’ ย้ายแข้งมาโลดแล่นบนลีกเมืองผู้ดีก็รวมได้ 6 ฤดูกาลแล้ว ซีซั่นนี้ในนัดที่ 4 ของพรีเมียร์ลีก เกมที่ “The Citizen” เปิดบ้านยำใหญ่ Liverpool ไปแบบเละเทะ 5-0

ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ผู้นี้ได้จัดการซัดประตูที่ 124 ของตัวเองในลีก และนั่นก็เป็นประตูสำคัญ ที่ทำให้ ‘El Kun’ โค่นสถิติ ‘ดาวซัลโวที่ไม่ได้มาจากยุโรป’ ของ Dwight Yorke ศูนย์หน้าชาว Trinidad and Tobago ของ Man United คู่รักคู่แค้นร่วมเมือง ที่จำนวน 123 ประตู ลงอย่างราบคาบ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตั้งแต่ ‘Kun’ Agüero ย้ายข้ามฝากจาก ‘ทีมตราหมี’ Atletico Madrid เมื่อปี 2011 และเปิดตัวอย่างเอกอุด้วยการเหมา 2 ในแมตช์เดบิ้วกับ Swansea

Sergio ‘Kun’ Agüero © รูปต้นฉบับ:zimbio

หลังจากนั้นมาชื่อของ ‘El Kun’ ก็ได้กลายมาเป็นขาประจำของการขับเคี่ยวดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกอยู่ตลอดทุกซีซั่น รวมถึงซีซั่น 2017-18 ที่กำลังโม่แข้งกันอยู่ในเวลานี้ ด้วยจำนวน 6 ประตู จาก 6 เกมลงเล่น เป็นรอง Lukaku แค่ลูกเดียว แต่..! สถิติเฉลี่ย 1 นัด ต่อ 1 ประตูเท่ากัน

และแม้ว่า Kun Agüero จะเป็นกองหน้าที่ตัวเล็ก สัดส่วนไม่ถึง 170 ดี แต่ด้วยทักษะแบบนักเตะละตินอเมริกา บวกกับความเร็วความคล่องตัวและการจบสกอร์ที่คมกริบ! รวมไปถึงบาล้านซ์ของร่างกายที่ดี ที่มักจะมีอยู่ในนักเตะหุ่นแบบนี้ แบบเดียวกันกับดาวเตะอาร์เจนไตน์รุ่นพี่อย่าง Messi, Carlos Tevez หรือแม้แต่ Diego Maradona

ทุกอย่างที่สาธยายมานั้น ส่งผลให้ Kun Agüero นั้นเอาตัวรอดจากบรรดากองหลัง เสือ สิงห์ กระทิง แรด ในพรีเมียร์ลีกไปแบบสบายๆ ยิงกระจายจวบจนปัจจุบันนี้

Sergio ‘Kun’ Agüero © รูปต้นฉบับ:hilightjadtem

 

3. Harry Kane ( 7 นัด 6 ประตู )

นับตั้งแต่หมดยุคของ Alan Shearer เป็นต้นมา พรีเมียร์ลีกและทีมชาติอังกฤษขาดแคลนกองหน้าขนานแท้และครบเครื่องไปนานจนถึงเวลาของเขา Harry Kane ที่รูปแบบและสไตล์การเล่นทำให้ต้องคิดถึงกองหน้าชูมือขวาอย่าง Shearer

แม้แฟนผู้ดีหลายคนอาจยกมือไม่เห็นด้วย เนื่องจากการปรากฎตัวของเจ้าหนู Wayne Rooney (แม้ปัจจุบันจะดูเป็นเจ้าหมูซะมากกว่า) Rooney ยิงประตูได้อย่างมากมายจนทำลายสถิติการพังประตูของ Sir Bobby Charlton ตำนานปีศาจแดงและทัพทรีไลอ้อนส์แต่กระนั้นสไตล์ของ Rooney ก็แตกต่างออกไป

Harry Kane ก่อนยิงเป็นไฟพะเนียงอย่างในปัจจุบัน ต้องร่อนเร่พเนจรไปกับทีมต่างๆ ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนจะถูกดึงตัวกับมาในยุคของ Tim Sherwood เมื่อปี 2013 กุนซือขัตตาทัพของ Spurs ในช่วงนั้น จนในกระทั่งซีซั่น 2014-2015 การมาของ Mauricio Pochettino กุนซือคนใหม่ที่ทีมไก่เดือยทองไปฉกตัวมาจาก ‘นักบุญ’ Southampton ได้เจียระไนจน Kane เป็นกองหน้าดั่งอัญมณีล้ำค่าของคนอังกฤษ

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของยอดดาวยิงดวงใหม่แห่งสิงโตคำรามและทีมไก่เดือยทอง จากการเดบิ้วท์เป็นหัวหอกตัวจริงแบบเต็มตัวในซีซั่นแรก Kane ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ซัดประตูในลีกไปทั้งหมด 21 ประตูจาก 34 นัด และถ้ารวมทุกรายการ ‘The Hurricane’ ลูกนี้กระหน่ำรวมไปทั้งหมด 31 ประตูในฤดูกาลนั้น

แม้ในซีซั่นนี้จะถูกแซวเล็กน้อยว่า “หัวหอกสิงหาเป้าสะอาด” ที่ในเดือนสิงหาอาถรรพ์ เจ้าตัวไม่สามารถทำประตูได้เลยสักลูก แต่เพียงแค่ปฏิทินเปลี่ยนเดือนเท่านั้น พายุเฮอริเคนลูกใหญ่ได้กลับมากระหน่ำอีกระลอก ด้วยการกด 6 ประตู จาก 4 เกมลีก และถ้านับรวมทุกรายการ ‘The Hurricane’ กระหน่ำไม่ยั้งไปทั้งสิ้น 11 ประตูจากการลงเล่นเพียงแค่ 8 เกม

Harry Kane © รูปต้นฉบับ:zimbio

สไตล์การเล่นของ Kane นั้น เรียกได้ว่าเป็น ‘Complete Forward’ อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการทำประตู การพักบอล การเล่นกับเพื่อนรวมทีม ลูกกลางอากาศ สรีระร่างกาย และการเล่นลูกนิ่ง ทุกอย่างที่ร่ายมานี้ Harry Kane จัดให้ได้หมด !

ถ้าจะให้นิยามการเล่นของ Harry Kane แล้วล่ะก็.. บอกได้คำเดียวว่า “ครบเครื่อง”

Harry Kane © รูปต้นฉบับ:fourfourtwo

 

4. Alvaro Morata ( 7 นัด 6 ประตู )

กองหน้ารูปหล่อชาวสแปนิชอดีตลูกหม้อของทีม ‘ราชันชุดขาว’ Real Madrid ทีมยักษ์ใหญ่จากแดนกระทิงดุและเป็น 1 ในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

แต่กลับไม่ค่อยได้พิสูจน์ฝีมือ ต้องทนนั่งก้นด้านบนม้านั่งสำรอง

และก็เป็น ‘ สิงโตน้ำเงินคราม ‘ ทีมดังแห่งกรุงลอนดอน ไม่รอช้า รีบยื่นข้อเสนอมูลค่ารวมกว่า 70 ล้านปอนด์ กระชาก Morata มาเป็นเพชฌฆาตแทนที่กองหน้าเจ้าปัญหาคนเก่าอย่าง Diego Costa ที่ตอนนี้กลับไปสลับกลับไปตายรังกับทีมเก่า แอตฯ มาดริด

อาจมีหลายเสียงมองว่าดีลนี้โอเวอร์เรต เนื่องจาก Morata นั้นแม้จะฉายแววโดดเด่น และยิงประตูได้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็เป็นเพียงตัวสำรองซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่ Real Madrid ในช่วงแรก และย้ายไป Juventus ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่ทางด้าน ราชันชุดขาว จะดึงตัวกลับมาอีกคำรบหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงแบ็คอัพของ Karim Benzema เท่านั้น

แต่เพียงการลงสนามเกมแรก Morata ก็สำแดงฟอร์มตบปากนักวิจารณ์ทั้งหลายด้วย 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ในทันที ! แม้ว่าเกมนั้น Chelsea จะเป็นฝ่ายพลาดท่าแพ้ให้กับ Burnley ไปด้วยสกอร์ 2-3 ก็ตาม..

หลังจากค่อยๆ จูนกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว พอเครื่องเริ่มติด แม้เอาช้างมาฉุดก็คงหยุดเพชฌฆาตหน้าหยกคนนี้ไม่อยู่

Morata ทำประตูได้อีก และก็มีอีก 1 แอสซิสต์ในเกมกับ Everton และตามมาด้วยอีก 1 ประตูกับ Leicester ก่อนที่จะมาระเบิด ‘แฮตทริก’ ในเกมกับ Stoke City

Alvaro Morata © รูปต้นฉบับ:talksport

Alvaro Morata นั้นเป็นกองหน้ารูปร่างดี มีสปีดต้นที่จัด และเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างดีเยี่ยม จาก 7 ประตูทีทำได้กับ Chelsea นั้นมาจากลูกโขกถึง 4 ลูก ! เรียกได้กว่าเกินครึ่ง

ไม่ใช่ว่าจะมีดีแค่ลูกโหม่งเท่านั้น การทำประตูด้วยเท้า แต่ละลูกที่ Morata ยิงได้นั้น ในเกมที่ซัดแฮตทริคใส่ทีมช่างปั้นหม้อนั้น Morata ได้โชว์คลาสในการจบสกอร์ของเขา ร้อนแรงไปจนขนาด Thierry Henry กองหน้าระดับตำนานของ ‘ปืนใหญ่’ ต้องออกปากชมและวิเคราะห์ให้เห็นคลาสในการจบสกอร์ของ Morata กันแบบช็อตต่อช็อต ผ่านรายการ MNF ( Monday Night Football ) กันเลยทีเดียว

และนี่ก็คือ 4 จอมถล่มประตูที่ว่ากันว่าอันตรายที่สุดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ เมื่อผ่านไป 7 เกมแรก

ที่ช่วยกันพังตาข่ายช่วยให้ต้นสังกัดของตัวเองบินสูงกันอยู่ในเวลานี้ รักใครเชียร์ทีมไหน ก็เลือกเชียร์กันได้ตามสะดวก เมื่อเกมลีกนั้นผ่านไปจนถึงครึ่งซีซั่น (19 นัด) ถ้ามีเพฌฆาตคนไหนแหวกลิสต์ 4 จตุรเทพนี้ขึ้นมาได้ จนหน้าจับตามองทางเราจะนำมาเสนอให้ทุกท่านได้อ่านกันอีก