น้ำมันแบบไหนดีที่สุด? 5 น้ำมันปรุงอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ช่วยลดเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

อยากสุขภาพดีให้ลดของทอดของมัน… อยากหุ่นดีให้ลดของทอดของมัน… เมื่อ ‘น้ำมัน’ คือส่วนประกอบสำคัญในการประกอบอาหาร และยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เพราะไขมันถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้ารับประทานไขมันผิดชนิดก็อาจได้รับผลเสียมากกว่าผลดี การเลือกใช้น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพจึงถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ทานอาหารคลีน รวมถึงผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพทุกคน อย่ามัวรอช้า ตาม UndubZapp ไปดูกันดีกว่าว่าน้ำมันแบบไหนใช้ทำอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพดีที่สุด

 

เลือกน้ำมันแบบไหนดีที่สุด?

©pixels.com

 

เลือกน้ำมันพืชดีกว่าน้ำมันจากสัตว์

ข้อควรจำอันดับหนึ่งในการเลือกซื้อน้ำมันคือ น้ำมันพืชทุกชนิดไม่มีคอเลสเตอรอล ส่วนน้ำมันจากสัตว์มีคอเลสเตอรอลสูง การรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

 

เลือกน้ำมันที่ให้กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว

น้ำมันพืชแต่ละชนิดมีปริมาณกรดไขมันแตกต่างกันออกไป หลักๆ แล้วกรดไขมันแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่

 

  • ไขมันอิ่มตัว

กรดไขมันไม่ดี มักพบในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนยนม ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ง่าย

  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

กรดไขมันดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี ลดความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ

  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

กรดไขมันดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี ลดความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ

  • ไขมันทรานส์

กรดไขมันไม่ดี มักพบในเครื่องในสัตว์หรืออาหารที่ทำมาจากสัตว์ ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ง่าย

 

ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ให้ได้มากที่สุด เลือกใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวแทน เนื่องจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวจะช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในร่างกาย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 

น้ำมันที่ให้กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ได้แก่

 

1.น้ำมันเมล็ดชา

น้ำมันเมล็ดชามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 81-87% อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังมีกรดไขมันใกล้เคียงกับน้ำมันมะกอก จนได้ชื่อว่าเป็นน้ำมันมะกอกแห่งตะวันออกเลยทีเดียว ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดตีบตัน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ สามารถนำไปประกอบอาหารได้แทบทุกวิธีโดยไม่ต้องกังวลว่าจะก่อให้เกิดโทษแต่อย่างใด นำไปผัด ทอด หรือทำเป็นน้ำซอสน้ำสลัดก็ได้

 

 

2.น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 55-83% ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตอรอลไม่ดี ในขณะเดียวกันกับที่รักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลชนิดดีในร่างกายไว้ เนื่องด้วยน้ำมันมะกอกมีหลายชนิด จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท

 

-น้ำมันมะกอก Extra Virgin คุณภาพดีที่สุด ราคาแพงที่สุด เหมาะสำหรับใช้รับประทานสดโดยไม่ผ่านความร้อน เช่น การใช้เป็นน้ำสลัดหรือซอสพาสต้า การนำน้ำมันมะกอกดังกล่าวไปใช้ผัดหรือทอดจะทำให้น้ำมันมะกอกสูญเสียคุณภาพไป และยังทำให้เกิดไขมันชนิดไม่ดีต่อร่างกายได้ด้วย

 

-น้ำมันมะกอก Virgin คุณภาพดีรองลงมา ราคาถูกกว่าแบบ Extra Virgin แต่คุณสมบัติและการใช้งานเหมือนกัน

 

-น้ำมันมะกอก Refined ได้จากการผสมน้ำมันมะกอก Extra Virgin กับน้ำมันมะกอกผ่านกรรมวิธี เพื่อแก้ปัญหาไม่ทนต่อความร้อน คุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับน้ำมันมะกอก Extra Virgin สามารถทนความร้อนได้มากขึ้น สามารถนำไปผัดได้ แต่ไม่เหมาะกับการใช้เป็นน้ำสลัด

 

 

3.น้ำมันคาโนลา

น้ำมันคาโนลามีคุณสมบัติเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินชนิดต่างๆ เหมาะแก่การนำมาใช้ประกอบอาหารที่ต้องผ่านความร้อนนานๆ จะผัดหรือทอดก็สามารถทำได้หมด

 

 

4.น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าวมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย และยังประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด โดยเฉพาะ โอรีซานอล ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า คุณสมบัติเด่นคือทนความร้อนได้สูงมาก สามารถนำมาใช้ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนได้โดยไม่ต้องกังวล

 

 

5.น้ำมันงาม้อน

น้ำมันงาม้อนเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันดีอย่าง โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 มากถึง 55-60% ซึ่งใกล้เคียงกับปริมาณโอเมก้า 3 ที่หาได้จากปลาทะเลน้ำลึก มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคหัวใจ สามารถใช้เป็นน้ำสลัด ผัด หรือทอดอาหารก็ได้

 

รูปต้นฉบับ ©unsplash.com