ประทับกลางดวงใจ บทเพลงแห่งความรักจากลูกถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน ตอนที่ 2

แม้ว่าเราทุกคนจะมาจากร้อยพ่อพันแม่ต่างภูมิภาค ต่างภาษา วัฒนธรรม และ วิถีชีวิต แต่หลากลองสังเกตให้ดีๆ พวกเราปวงชนชาวไทย มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายๆ กัน นั่นก็คือความรักและความศรัทธา ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“…ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง…”

ความตอนหนึ่งจากบทพระราชนิพนธ์ “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์”

บทเพลงที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ล้วนแต่เป็นบทเพลงที่เราปวงชนชาวไทย ฟังแล้วจะสามารถเห็นถึงภาพพระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้อย่างแจ่มชัด

 

1.รูปที่มีทุกบ้าน

หากเหลือบมองไปรอบๆ กาย ภายในบ้านของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน ผนังบ้าน หรือแม้แต่บริเวณจุดอื่นๆ ที่เหมาะสม สิ่งหนึ่งที่เราจะสามารถพบเจอได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ห่างไกล ชมชุนเมือง หรือแม้แต่บ้านของพสกนิกรชาวไทยในต่างแดน สิ่งนั้นคือ พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นที่มาของบทเพลง ‘รูปที่มีทุกบ้าน’ เพลงนี้ยังเป็นคำตอบที่ทำให้คนไทยควรที่จะรักและสามัคคีกัน เพราะแม้ว่าเราจะมาจากต่างถิ่น ต่างพ่อต่างแม่กันมากมายขนาดไหน แต่เรานั้นมีหนึ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ “หัวใจ” ที่มีแต่ความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั่นเอง

“…เป็นรูปที่มีทุกบ้าน จะจนหรือรวยหรือว่าจะใกล้ไกล เป็นรูปที่มีทุกบ้าน ด้วยความรัก ความภักดี ด้วยจิตใจ…”

 

2.ตามรอยพระราชา

บทเพลง ‘ตามรอยพระราชา’ บทเพลงนี้เป็นเพลงที่จะสื่อให้เยาวชนชาวไทยได้รับรู้ถึงการทรงงานอย่างหนักของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพราะว่าเด็กๆ ในยุคปัจจุบัน อาจจะไม่ได้มีโอกาสที่จะเห็นพระองค์ท่านในขณะที่ทรงงานอย่างหนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่พระองค์ทรงยอมเหน็ดเหนื่อยพระวรกายขนาดนั้น คำตอบเดียวที่สามารถตอบได้ คือ พระองค์ทรงทำเพื่อพสกนิกรชาวไทยให้มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และคำถามที่เราจะได้ยินอยู่อย่างบ่อยครั้งว่า “ทำไมคนไทยถึงรักในหลวง” หากลองมองย้อนกลับไป จะเห็นพระราชาพระองค์หนึ่ง ที่ท่านมิจำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อยล้าขนาดนั้น มิจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล การสัญจรยากลำบาก แต่พระองค์กลับยอมทำ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย และนี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ตอบคำถามข้างต้นได้ดีที่สุด

“….ท่านทรงเหนื่อย ทรงทำเพื่อเราเรื่อยมา ถึงเวลาทำให้ท่านสุขใจ ร่วมกันสร้างความดี ด้วยใจและกาย ก้าวตามรอยบาทองค์พระราชา”

 

3.ต้นไม้ของพ่อ

การที่เราพออยู่พอกินอย่างสุขสบายเฉกเช่นทุกวันนี้ บ่อยครั้งเราก็หลงลืมไปว่า มีใครคนหนึ่งที่คอยปูรากฐานของประเทศไทยมาอย่างช้านาน “ต้นไม้ของพ่อ” ก็เปรียบเสมือนพระราชกรณียกิจ และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงวางรากฐานที่ยั่งยืนไว้เพื่อพสกนิกรชาวไทย อีกทั้งพระองค์ก็เปรียบได้ดั่งเป็นร่มเงาของคนไทยทั้งชาติ ที่ประชาชนจะได้พึ่งพาบารมีของพระองค์ และต้นไม้ของพ่อ ต้นไม้ที่พ่อปลูก ก็คือคุณความดีและคำสอนต่างๆ ที่พ่อทิ้งไว้ให้เราได้จดจำและรำลึกถึงพ่อ เพื่อเราจะดำเนินตามรอบพระบาทของพระองค์ เพื่อทำให้สิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงเหน็ดหนื่อยอย่างหนักเพื่อคนไทยได้คงอยู่สืบไปตลอดจนชั่วลูกชั่วหลาน

“…ผ่านไปแล้วห้าสิบปี ต้นไม้นั้นสูงใหญ่ ลมแรงเท่าไหร่ก็บรรเทา ออกผลให้เก็บกิน แตกใบเพื่อเป็นร่มเงา คอยดูแลเรา ให้เรายังมีวันต่อไป”