ป้องกัน “โรคซึมเศร้า” ปัญหาสุขภาพจิต ที่พนักงานออฟฟิศควรระวัง!!

หลังๆ นี้เราได้ข่าวว่าดาราศิลปินดังๆ เป็นโรคซึมเศร้าจนฆ่าตัวตายกันเยอะ เช่น Chester Bennington นักร้องนำ Linkin Park และ คิม จงฮยอน สมาชิกวงชายนี่ (SHINee) และล่าสุด ซอลลี่ อดีตเกิร์ลกรุ๊ป f(x) ของเกาหลี  เรื่องนี้ทำให้แฟนคลับทั่วโลกต่างเศร้าเสียใจกันมาก จากข่าวสาเหตุการฆ่าตัวตายที่เกิดจากความเครียดเรื่องงานสะสม จนทำให้เป็นโรคซึมเศร้า จนลงท้ายด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะสาเหตุของโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดเรื่องงานที่ไม่เป็นไปตามคาดนั่นเอง ไม่เว้นแม้แต่ศิลปินระดับโลกหรือพนักงานอย่างเราๆ ต้องยอมรับจริงๆ ว่า การทำงานทุกอย่างมันมีความเครียด เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าและรีบฝ่าฟันรถติดมาที่ทำงานให้ทัน และนั่งทำงานตลอดเวลาจนถึงเย็น ความเครียดจากการทำงานมีมากมายหลายสาเหตุ พอตกเย็นยังต้องเผชิญกับรถติดชนิดหลับแล้วหลับอีกกว่าจะถึงบ้าน วันนี้ Undubzapp นำ “โรคซึมเศร้า” ปัญหาสุขภาพจิตที่พนักงานออฟฟิศควรระวัง มาฝากกัน


โรคซึมเศร้าและเกิดภาวะเครียด ทางองค์การอนามัยโลกเองก็ให้ข้อมูลว่า โรคซึมเศร้าและเกิดภาวะเครียด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและสูญเสียเงินถึงล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี การถูกเลิกจ้างเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมากที่สุด คนทำงานถึง 65% อายและกลัวไม่กล้าบอกหัวหน้าว่ากำลังเผชิญกับปัญหานี้ โดยอายุ 35-39 ปี เป็นช่วงอายุที่มีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด

โรคซึมเศร้าคือ โรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและความคิด มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในประจำวันอย่างมาก เช่น รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขกับชีวิต ท้อแท้ เบื่อหน่าย เหงา ไม่มีชีวิตชีวา ในหัวสมองมักมีแต่ความวิตกกังวล และไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ จนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น กรรมพันธุ์ ด้านพัฒนาการของจิตใจ รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยประสบกับความเครียดที่แสนหนัก เจอมรสุมชีวิตที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนทำให้หมดกำลังใจ ตกงาน มีปัญหาเรื่องการเงินที่หาทางออกไม่ได้ มีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด รวมทั้งพบเจอกับความสูญเสียในชีวิตที่ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก ทั้งหมดส่งผลทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้


วันนี้ Undubzapp นำ 6 วิธีป้องกันการเกิดโรคนี้มาฝากกันด้วย

1. มองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้สบาย ไม่มองปัญหาเป็นปัญหา เมื่อเกิดปัญหาให้ใช้สติในการแก้ไข ไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้

2. ปรับเปลี่ยนความคิด เพิ่มพลังบวกในใจ อย่าทำจิตใจขุ่นมัว อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นสิ่งดีทั้งนั้น เราควรเรียนรู้จากมันแล้วเราจะรับมือกับปัญหาได้

3. สร้างความเข้มแข็งทางใจ ไม่มีใครปลอบใจตัวเอง จงหัดปลอบใจตัวเองให้เป็น บอกกับตัวเองทุกวันว่า ดีแค่ไหนที่ยังมีงานให้ทำ และยังมีลมหายใจอยู่

4. สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม เมื่อเกิดปัญหาอย่าอยู่กับตัวเองและอย่าจมกับปัญหานาน ออกไปพบปะเพื่อนฝูงหรือหากิจกรรมเพื่อสังคมทำ ให้ทำให้ชีวิตมีค่า มีชีวิตอยู่เพื่อช่วยเหลือคนรอบข้าง

5. มีหลักพักใจในการดำเนินชีวิต แต่ถ้ารับมือกับปัญหาที่ถาโถมมาไม่ไหว จงหาสิ่งยึดเหนี่ยว เข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรม หรือไม่ต้องไปหาที่ไหน พ่อแม่ของเรานั่นเอง ขอกำลังใจและขอข้อคิดดีๆ จากพ่อและแม่

6. พึงพอใจในสิ่งที่มี ไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง จงตั้งสติและมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ และยอมรับมัน และอยู่กับมันให้ได้ อย่าพยายามอยากมีอยากได้อยากเป็นแบบคนอื่น เพราะถ้าเราไม่ได้จะผิดหวังเสียและเกิดความทุกข์

เราห้ามปัญหาและความเครียดไม่ได้ เมื่อเกิดขึ้นก็ขอให้ตั้งสติเพื่อให้เกิดปัญญา รู้เท่าทันกับปัญหาและความเครียดที่เกิดขึ้น

เราใช้คุ๊กกี้เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานเว็บไซต์ของเรา หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ หรือปิดข้อความนี้ลงเราถือว่าคุณยอมรับการใช้งาน คุกกี้และนโยบายความเป็นส่วนตัว
We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. If you continue to use the website Or close this message, we assume that you accept its use Cookies and Privacy Policy

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Consent title

    Consent description

Save
/