มือใหม่ฝึกกินจุต้องรู้!! เปิดเทคนิคกินบุฟเฟ่ต์ให้คุ้ม กินอย่างไรไม่ให้อิ่มเร็ว

 

 

ใกล้สิ้นปีแบบนี้ หลายๆ คนคงจะเริ่มเสิร์ชหาพิกัดกินเลี้ยงสังสรรค์ส่งท้ายปี เตรียมเปิดตี้ต้อนรับปีใหม่กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ และเมนูที่คนส่วนใหญ่เลือกรับประทานเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น “บุฟเฟ่ต์” และ “ชาบู” แม้ว่าเมนูยอดนิยมทั้งสองเมนูนี้จะเป็นเมนูที่กินได้บ่อยๆ โดยไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ แต่ปัญหาของหลายๆ คนก็คือ กินไม่คุ้ม กินแล้วอิ่มเร็วอยู่เรื่อย UndubZapp จึงได้สรรหาเทคนิคกินบุฟเฟ่ต์ให้คุ้มมาฝากเพื่อนๆ ที่มีปัญหาดังกล่าว จะกินบุฟเฟ่ต์ไม่ให้อิ่มเร็วและกินชาบูให้คุ้มจุใจได้อย่างไร ไปดูกันค่ะ!

 

เทคนิคกินบุฟเฟ่ต์ให้คุ้ม

1.ไม่อดอาหารเด็ดขาด

 

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมหันต์เกี่ยวกับการกินบุฟเฟ่ต์คือ จำเป็นต้องอดอาหารก่อนการกินบุฟเฟ่ต์ เพื่อให้ตนเองรู้สึกโหยมากๆ จะได้สามารถกินอาหารปริมาณเยอะๆ ได้ แล้วก็เพื่อให้กระเพาะว่าง จะได้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการกินอาหารมื้อใหญ่ๆ

 

ความจริงแล้ว กระเพาะคนเราจะยืดหดตามการกิน ถ้ามีอาหารเข้าไป กระเพาะจะยืดออกชั่วคราว ครั้นเมื่อย่อยอาหารเสร็จแล้ว กระเพาะจึงจะหดกลับดังเดิม หมายความว่าถ้าเราไม่กินอาหารอะไรเข้าไปเลย กระเพาะจะอยู่ในสภาพหดตัว เนื่องจากไม่ถูกใช้งาน ทำให้กินได้น้อย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหลายๆ คนที่กินมื้อเช้ามื้อกลางวันตามปกติ ถึงยังกินมื้อเย็นแบบจัดหนักได้

 

2.ฝึกกินขยายกระเพาะล่วงหน้า

ถ้ารู้กำหนดการกินบุฟเฟ่ต์แล้ว สามารถเตรียมตัวฝึกกินขยายกระเพาะไว้ล่วงหน้าได้เลย สาเหตุก็เพราะการกินอาหารปริมาณมากเป็นประจำ จะทำให้กระเพาะจดจำได้ว่าต้องขยายตัวออกประมาณเท่าไหร่ เพื่อรองรับปริมาณอาหารที่ร่างกายจะได้รับ

 

โดยทั่วไป กระเพาะอาหารของคนเรามีปริมาตร 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร (1 ลูกบาศก์เซนติเมตร เท่ากับ 0.001 ลิตร / 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร = 0.05 ลิตร) แต่กระเพาะสามารถยืดขยายได้อีกหลายเท่า ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินของแต่ละคน คนที่กินเยอะเป็นประจำ กระเพาะจะขยายตัวรับปริมาณอาหารจำนวนมากได้สบายบรื๋อ ในขณะที่คนที่กินน้อยเป็นประจำ กระเพาะจะไม่ขยายเท่าคนกินจุ เพราะเดิมทีกระเพาะไม่ได้ถูกกระตุ้นการใช้งานมากอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้ารู้ว่าจะต้องไปกินบุฟเฟ่ต์วันไหนล่ะก็ แนะนำให้เริ่มกินขยายกระเพาะรอเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินได้เลย อาจเน้นเป็นอาหารย่อยง่าย ปริมาณกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ไก่ ปลา ฯลฯ

 

3.ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน

 

การดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารไม่ย่อยแต่อย่างใด อันที่จริง การดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าเดิม แถมยังช่วยป้องกันท้องผูกได้ดีอีกต่างหาก

 

หากแต่น้ำที่มีคุณสมบัติเช่นนั้นคือน้ำเปล่า ONLY! ไม่ใช่น้ำหวานหรือน้ำอัดลมที่มักมีโปรเติมฟรี รีฟิลไม่อั้น อย่างที่วางขายในร้านบุฟเฟ่ต์ ยิ่งเราดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณมากเท่าไหร่ สมองก็จะยิ่งสั่งการให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้นเท่านั้น เพราะสมองเข้าใจว่าร่างกายได้รับพลังงานจากน้ำตาลเพียงพอแล้ว ดังนั้น แทนที่จะดื่มน้ำอัดลมฟินๆ ควบคู่ไปด้วย เปลี่ยนมาจิบน้ำเปล่าดีกว่า

 

4.หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

แม้ว่าน้ำจิ้มรสเด็ดเผ็ดมันซึ่งเป็นจุดขายของแต่ละร้านจะเป็นตัวชูโรงของร้านบุฟเฟ่ต์และร้านชาบูหลายๆ ที่ แต่น้ำจิ้มเด็ดดวงเหล่านี้มักมาพร้อมกับปริมาณโซเดียมสูงปรี๊ด ทำให้ร่างกายอยากอาหารน้อยลง รวมถึงทำให้กระหายน้ำมากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ ควรจิ้มน้ำจิ้มแต่พอดี ไม่ปรุงรสอาหารเพิ่ม เน้นกินอาหารรสชาติอ่อนๆ ก่อน แล้วจึงทานอาหารรสจัดภายหลัง อย่าลืมว่าน้ำซุปเองก็ถูกปรุงรสมาอย่างเข้มข้น จึงมีโซเดียมปริมาณมากเช่นกัน ถ้าไม่อยากอิ่มเร็ว ซดน้ำซุปแต่น้อย พอให้หายอยากก็พอ

 

5.กินอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงแต่น้อย

 

เลือกกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงแต่น้อย ได้แก่ ข้าว แป้ง เผือก มัน ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ราเมน อุด้ง แป้งเปาะเปี๊ยะญวน กระเทียม เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้อิ่มเร็ว จึงควรกินแต่น้อย ไม่ใช่ห้ามกิน เพราะมีสารอาหารจำเป็นอยู่

 

6.เน้นต้มสุก ตักแยก แทรกกินผัก

ควรสั่งวัตถุดิบให้หลากหลาย เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน และก่อนที่จะกินอาหารก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนผสมต่างๆ ถูกต้มสุกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ควรกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เด็ดขาด ที่สำคัญ ควรใช้ทัพพีตักแยกเนื้อสัตว์ ผัก น้ำซุป ใส่ชามส่วนตัว แยกกินของใครของมัน เพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ นอกจากนี้แล้ว อย่าลืมกินผักแทรกสลับกับการกินเนื้อสัตว์ด้วย ป้องกันไม่ให้อิ่มจนหนักท้อง