ถึงเวลาสู้กลับ!! 3 วิธีสร้างเกราะป้องกัน เมื่อต้องไฟท์เรื่องร้าย ในที่ทำงาน

เรื่องจริงไม่อิงนิยายในชีวิตของใครหลายๆ คน ทำให้เรารู้ว่า ไม่ใช่แค่เด็กเล็กๆ ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอเท่านั้นที่จะถูกกลั่นแกล้งได้อย่างไม่มีเหตุผล แต่คนที่โตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ใช้ชีวิตในสังคมอย่างเราๆ ก็ยังโดนกลั่นแกล้งในที่ทำงานได้เหมือนกัน สำหรับคนที่กำลังถูกกลั่นแกล้งอยู่ โดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าเราทำอะไรผิด ตาม UndubZapp ไปดูเทคนิคสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองไฟท์กับเรื่องร้ายในที่ทำงานพร้อมๆ กันเลย

เวลาพูดถึงการถูกกลั่นแกล้ง คนส่วนใหญ่มักนึกถึงดราม่าของเด็กๆ ในรั้วโรงเรียน แต่จะจินตนาการกันไม่ค่อยออกว่าผู้ใหญ่ที่สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้วคนนึง จะถูกรังแกจนไม่มีทางสู้ได้อย่างไร แต่รู้เอาไว้เถอะว่า การกลั่นแกล้งกันนั้นเกิดขึ้นกับมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าจะถูกเพื่อนร่วมงานรวมหัวกันเมินใส่ก็ตาม การด่าทออย่างไร้สาเหตุในไลน์กรุ๊ปบริษัทก็ตาม การโยนงานทั้งหมดให้คนๆ เดียวทำ หรือทำให้ผู้ถูกกลั่นแกล้งตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนแล้วแต่เข้าข่ายทั้งนั้น หากเราอยู่ในสภาวะนี้ ลองแก้ไขโดยการ

 

1. เข้าไปเจรจากับอีกฝ่าย

การจะเดินโท่งๆ เข้าไปพูดกับอีกฝ่ายนั้นคงเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากอยู่พอควร มันก็แหงล่ะว่าใครจะไปอยากคุยกับคนที่ไม่ชอบเรา ไปยืนให้เขาทำหน้าบึ้งๆ ใส่เราเฉยๆ แต่ในเมื่อเราต้องการจบปัญหานี้ บางทีเราอาจต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุดู การโทรกันอาจทำให้ไม่เห็นสีหน้า การส่งข้อความแย่ยิ่งกว่าเพราะอีกฝ่ายอาจตีเจตนาในข้อความเราผิดไปด้วย ดังนั้นลองรวบรวมความกล้าแล้วเข้าไปถามปัญหาดูว่าเราทำอะไรให้เขาไม่พอใจ และเรายินดีจะปรับปรุงข้อผิดพลาดของเราอย่างไรบ้าง แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีเหตุผลดีพอ เราอาจต้องขอให้เขาหยุดการกระทำดังกล่าวเสีย ด้วยคำพูดที่สุภาพ มีเหตุผล หากเกรงว่าเหตุการณ์ลำดับถัดไปอาจบานปลายถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน ลองขอคุยกับอีกฝ่ายในพื้นที่ส่วนรวมดู แม้เราจะเชื่อว่าคนมีวุฒิภาวะส่วนใหญ่จะไม่ใช้วิธีรุนแรงแก้ปัญหา แต่การเตรียมคนห้ามทัพไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

 

2. รายงานหัวหน้า

ปัญหาหลายๆ อย่างในที่ทำงานอันใหญ่โตนั้น เราเชื่อว่าบางทีมดงานอย่างคุณก็ไม่อาจจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองตามลำพังได้ บางครั้งหากคุณลองประเมินสถานการณ์ที่คุณประสบอยู่ตอนนี้แล้ว และเห็นว่ามันยิ่งใหญ่เกินขอบเขตที่คุณจะสามารถแก้ไขได้ ให้ลองขอเข้าพบหัวหน้าและรายงานปัญหาให้หัวหน้าฟังดู บางทีหัวหน้าอาจมีมาตรการกำจัดเนื้อร้ายในวิธีชาญฉลาด หรือบางทีหัวหน้าอาจเรียกเราและคู่กรณีมาไกล่เกลี่ย ทำความเข้าใจกัน เพื่อให้ทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่นก็ได้ ทั้งนี้ ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าปัญหาที่ตัวเองเจออยู่นั้นใหญ่หรือเล็กมากเพียงใด และไม่อยากรบกวนเวลางานหัวหน้าพร่ำเพรื่อ ลองเล่าเหตุการณ์ให้คนใกล้ตัวฟังก่อนก็ได้ บางเรื่องบางอย่างมันทำให้เราหนักอกหนักใจมากก็จริง แต่บุคคลที่สามอาจมองได้ชัดเจนกว่าว่าเป็นอีกฝ่ายที่ผิดเต็มประตู หรือผิดที่คุณเองคิดเล็กคิดน้อย และไม่ยอมปล่อยวางกันแน่

 

3. อยู่อย่างอยาก

เป็นเทคนิคแก้ปัญหาที่คุณต้องเป็นผู้ตัดสินใจลงมือทำเอง เพราะต่อให้คุณเจอปัญหามาหนักหน่วง คุณมาขอคำปรึกษาเรา เมื่อเราแนะนำให้แต่อย่างไรคุณก็ไม่กล้าทำ ปล่อยให้ปัญหาดำเนินยืดเยื้อต่อไป การปรึกษานี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เลย เราเชื่อนะ ว่าทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับปัญหา เราทุกคนมีทางออกอยู่ในใจกันอยู่แล้วล่ะ ว่าจะหาทางรับมือกับเรื่องตรงหน้านี้อย่างไรดี เพียงแต่บางครั้งหัวใจเราอยู่ในช่วงเฮิร์ทหนัก จนไม่กล้าเดินหน้าต่อไปด้วยตัวเอง จึงต้องการคำยืนยันจากคนรอบข้างว่าเราควรจะทำอย่างไรดี คำตอบของคำถามนั้น แท้จริงแล้วมีเพียงคุณที่รู้ว่าอยากให้มันเป็นอย่างไร ถ้าคุณเลือกวิธีการไม่สนใจ ปล่อยให้คนแกล้งแกล้งไป คุณก็ใช้ชีวิตของคุณไป ทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นอากาศธาตุ เมื่อไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ เขาอาจรามือไปเอง หรือจะเลือกเข้าไปไฟท์ ถามปัญหาและหารือเรื่องขอจบปัญหากับเขาโดยตรง ไม่ว่าจะในกรณีไหนก็ไม่มีคำตอบถูกต้องตายตัว มันก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่าจะผลักดันตัวเองให้มีชีวิตอยู่อย่างที่คุณอยากให้มันเป็นได้หรือเปล่า ในบางกรณีที่ปัญหารุนแรงมาก คุณอาจต้องใช้กฎหมายเป็นตัวยุติปัญหาก็ได้

SOURCE : bullying

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> Bully ไม่หยุด!! วัยเรียนยันทำงาน 5 สัญญาณฉันโดน “Bully” ในที่ทำงาน

gt;> รหัสแดง!! 7 เรื่องห้ามพูด ในที่ทำงาน เพื่อชีวิตไร้ดราม่า