วิถีผู้ชนะ!! 4 วิธีรับมือ “แรงอิจฉาริษยา” กลายเป็นไฟพัฒนาตนเอง

ใครไม่เคยรู้สึกอิจฉาบ้าง? ยกมือหน่อย แม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นได้ว่าคุณกำลังยกมือหรือไม่ยกกันแน่ แต่เราเชื่อสนิทใจเลยว่า ถ้าทำโพลสำรวจมาแล้วล่ะก็ คงมีคนน้อยมากๆ ก.ไก่ล้านตัว ที่จะไม่เคยรู้สึกอิจฉาคนอื่นเลย หรืออันที่จริงเราควรจะตั้งคำถามว่าคุณเคยอิจฉาใครสักคนน้อยหรือมากขนาดไหน น่าจะเข้าทีกว่า ในเมื่อมันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่เราจะห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกอิจฉาคนอื่นได้ ถ้าอย่างนั้นลองนำความอิจฉานี้มาใช้ประโยชน์ในทางที่ดีดูเป็นไง แบบนั้นน่าจะเป็นเรื่องดีๆ กับเรามากกว่า ไปดูสิว่าเราจะเปลี่ยนแรงให้อิจฉา ให้กลายเป็นไฟพัฒนาตนได้อย่างไรบ้าง

 

1. ลองคุยกันดู

เวลาที่เรารู้สึกอิจฉาใครขึ้นมา เชื่อล่ะว่าสิ่งแรกที่เราจะทำก็คือส่องฝ่ายตรงข้ามทุกซอกทุกมุม เพื่อดูว่าเขาหรือเธอคนนั้นมีดีแค่ไหน (เผื่อจะได้รู้ว่ามีด้านไหนเราดีกว่าบ้างล่ะมั้ง) ไม่ว่าจะไอจีหรือเฟซบุ๊คก็ส่องไปหมดล่ะอย่างกับแฟนคลับเลย แทนที่จะมองจากภายนอกและตัดสินเขาจากสิ่งที่เห็น ทำไมไม่ลองหาโอกาสไปคุยดูสักครั้งล่ะ บางทีเขาอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้ เราได้ยินว่าหลายคนเลยที่เริ่มการเป็นเพื่อนกันด้วยวิธีนี้มาก่อน

 

2. เคอร์ฟิวโลกโซเชียล

ในโลกยุค 4G นี้ หนึ่งในสิ่งที่ทุกคนต้องทำอย่างน้อยๆ วันละครั้งก็คือ ส่องไอจี เช็กสเตตัสคนรอบข้าง บ่อยไปที่เราเกิดอิจฉาใครสักคนจากการเห็นรูปสวยๆ ของเขาจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก การที่เขามีในสิ่งที่เราไม่มี แต่เราอยากมี ไม่ใช่ความผิดของเขา แต่เป็นความผิดของเราที่ไม่รู้จักพอ ดังนั้นอย่าไปโยนความผิดให้เขาเด็ดขาด ถ้ารู้ตัวว่าหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นไม่ได้ จำกัดเวลาโลกโซเชียลของเราไปเลย ถ้าให้ดีที่สุดก็หยุดเล่นเสีย

 

3. ทำให้ได้แบบเขา

ความรู้สึกที่ปนๆ และผสมมากับความอิจฉา คือความรู้สึกที่ว่า ลึกๆ แล้วเราอยากเป็น อยากมีแบบเขาบ้าง ถ้าเรายอมรับว่าลึกๆ แล้วเราก็รู้สึกอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรู้สึกอายหรอกที่จะลุกขึ้นมาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้อย่างเขา ถ้าเขาเรียนเก่ง เราก็ตั้งใจเรียน ถ้าเขาทำงานดี หัวหน้ารัก ก็ไปหาทางพัฒนาสกิลการทำงานของตัวเอง ถ้าเขาหุ่นดีจนน่าอิจฉา ก็ไปหาเวลาออกกำลังกายฟิตหุ่นซะ ถ้าเขาทำได้ เราก็ทำได้

 

4. มีความสุขกับปัจจุบัน

ตอนที่เราเริ่มตาสว่าง และรู้ซึ้งถึงสัจธรรมแล้วว่า ถึงจะอิจฉาให้ตายยังไง เราก็ไม่มีวันเป็นแบบเขาได้ หรือถึงแม้ว่าเราสามารถ copy เขาได้ใกล้เคียงที่สุด แต่เราก็คือเรา และเขาก็คือเขา ไม่มีวันเป็นอย่างเดียวกันได้เด็ดขาด แทนที่จะมานั่งจับจดกับการส่องเขาแล้วหาจุดบอดเพื่อบอกว่าเราดีกว่าเขาในเรื่องนี้ไปวันๆ ลองเปลี่ยนความอิจฉามาเป็นแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตัวเองซะยังจะดีกว่า ถ้ายังหยุดอิจฉาเขาไม่ได้ในทันทีก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อใดที่รู้สึกขึ้นมาล่ะก็ ให้คิดเสียว่า เวลามีค่า ณ ตอนนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ ทำไมไม่หาหนังสนุกๆ ดู หรือหาอาหารอร่อยๆ กิน แทนการมานั่งอิจฉาคนๆ นึงให้เสียสุขภาพจิตเล่นๆ ล่ะ

SOURCE : horoscope

 

แซ่บกันต่อ…

>> แข่งกับตัวเองให้หนักที่สุด!! 10 กฏการใช้ชีวิต ประสบความสำเร็จแบบ Oprah Winfrey

>> ความสุขจอมปลอม!! 3 วิธีเลิกเป็น “มนุษย์พินอคคิโอ” หยุดโกหกซ้ำซาก