ตื่นเช้าให้สดใส! 5 วิธีปลุกตัวเองให้ตื่นแล้วเฟรช สดชื่นที่ไม่ค่อยมีคนรู้

ทำยังไงให้ตื่นนอนแล้วไม่งัวเงีย สมองปลอดโปร่ง สดชื่น หน้าตาสดใส??? ก็เพราะทุกวันนี้ เช้ามาไม่อยากจะลืมตา ขอนอนต่อได้มั้ย?? สารพัดความอิดออด งอแงอยู่บนที่นอน กว่าจะบังคับตัวเองให้ลุกจากที่นอนไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานได้แต่ละวัน เหนื่อยกับการปลุกขวัญกำลังใจกันน่าดู ถ้าไม่อยากมีอาการนี้ อยากจะตื่นมาแล้วสดใส สดชื่น Undubzapp มีเทคนิคตื่นนอนให้สดใส สดชื่นพร้อมเริ่มต้นวันใหม่ได้ทุกวัน มาฝากกันค่ะ

 
 

1.Wake up to sunshine

ถ้าเตียงนอนอยู่ใกล้หน้าต่าง คืนนี้ลองแง้มม่านไว้เล็กน้อยพอให้แสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าลอดเข้ามา เพราะแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้านี่แหละที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ทำให้เราอารมณ์แจ่มใจ จิตใจและสมองปลอดโปร่งออกมา เช่น ฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) สารสื่อประสาทที่ช่วยอารมณ์ดี ฮอรโมนเอนดอร์ฟิน (Endorphin) สารแห่งความสุข ฯลฯ นอกจากนี้ เมื่อร่างกายของเราสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า ร่างกายจะสั่งการให้ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ฮอร์โมนขี้เซา ที่ทำให้เรารู้สึกง่วงเหงาหาวน้อย หยุดทำงาน และยังช่วยให้ลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย เห็นความมหัศจรรย์ของการตื่นมารับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้ากันแล้ว พรุ่งนี้ลองตื่นเช้ากว่าเดิม ลุกขึ้นมาสัมผัสแดดอ่อนๆ ยามเช้ากันนะคะ

 
 

2.ลืมปุ่ม snooze ไปได้เลย

กดปุ่มเลื่อนเวลาปลุกไปอีกนิดหรือการกดปุ่ม Snooze ถึงเวลาตื่นจริงๆ แล้วจะได้สดชื่น ตื่นเต็มที่ บอกเลยว่าเข้าใจผิดอย่างแรง แถมยังทำให้เราง่วงหนักกว่าเดิมอีกด้วย หลายคนมักจะตั้งเวลาปลุกให้เตือนก่อนเวลาตื่นจริง(เพราะกลัวไม่ตื่น) แต่ทราบมั้ยว่า การตั้งปลุกก่อนเวลาแบบนี้จะทำให้ร่างกายตื่นก่อนเวลา กลายเป็นว่าเราจะสะดุ้งตื่นก่อนหลายๆ รอบก่อนถึงเวลาตื่นจริง ที่แย่กว่านั้น พบว่าหลังจากที่เรากดปุ่ม snooze แล้ว ร่างกายจะกลับไปเริ่มต้นวงจรหลับใหม่ ซึ่งถ้าเราตั้งปลุกกันทุกๆ ครึ่งชั่วโมงก็เท่ากับว่า เราต้องตื่นทุกครึ่งชั่วโมงนั่นเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ว่าทำไมเมื่อถึงเวลาตื่นนอนจริงๆ แล้วเรากลับตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกง่วง เพลีย เหมือนนอนไม่อิ่มนั่นเองค่ะ

 
 

3.เสียงปลุกที่ดีที่สุด

เสียงนาฬิกาปลุก ไม่ใช่เสียงปลุกที่ดีที่สุด เพราะนักวิจัยเกี่ยวกับการนอนของคนเรา พบว่า เสียงที่สามารถปลุกให้มนุษย์ตื่นจากการหลับไหลได้ดีและเร็วที่สุด ไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุก เสียงเพลงโวกเวก เพราะการตื่นนอนจากเสียงรบกวนต่างๆ จะส่งผลให้เราอารณ์บูดเบี้ยวไปทั้งวัน แต่เสียงที่นักวิจัยค้นพบว่าเป็นเสียงที่ปลุกให้ตื่นได้ดีที่สุด คือเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง คืนนี้ลองเปลี่ยนเสียงนาฬิกาปลุกเป็นเสียงธรรมชาติ แล้วลองสังเกตตัวเองตอนตื่นนอนว่า ตื่นมาพร้อมหน้าตาบูดบึ้งเพราะเสียงปลุก หรือตื่นพร้อมรอยยิ้มเบาๆ ตรงมุมปาก

 
 

4.ดื่มน้ำต้อนรับวันใหม่

การดื่มน้ำหลังตื่นนอนจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง สดชื่น ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และถึงแม้ว่าคุณจะดื่มน้ำในระหว่างวันเพื่อชดเชยที่ร่างกายสูญเสียน้ำไปแล้วก็ตาม อย่าลืมว่า ในแต่ละวันคุณนอนถึง 7-8 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า ร่างกายไม่ได้รับน้ำเลย 7-8 ชั่วโมงเช่นกัน เมื่อคุณตื่นมาพร้อมภาวะที่ร่างกายขาดน้ำย่อมส่งผลให้สมองไม่ปลอดโปร่ง อารมณ์ไม่แจ่มใส

 
 

5.Turn off ทุกหน้าจอ

ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์จะปล่อยฮอร์โมนที่ชื่อว่า ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ออกมาเมื่อคนเราอยู่ในที่มืดหรือไม่มีแสงสว่างส่องลงมาถึง ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้เรารู้สึกง่วงนอน หลับลึก ทำให้การหลับมีประสิทธิภาพ และแต่ถ้าคุณนอนเปิดทีวี เปิดจอคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ แสงสว่างจากหน้าจอทีวีหรือจอคอมพิวเตอร์จะไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้การนอนหลับไม่ลึก และเมื่อถึงเวลาตื่นก็จะรู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่ม หงุดหงิด อารมณ์เสียได้ง่าย

นอกจากเทคนิคที่ Undubzapp นำมาฝากนี้แล้ว อย่าลืมย้อนกลับไปหาต้นเหตุของอาการไม่สดชื่น สดใสด้วย เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการนอนของคุณด้วย เช่น นอนน้อย นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเครียดกับงาน หรือความวิตกกังวลกับเหตุการณ์ในวันรุ่งขึ้นก็อาจเป็นสาเหตุให้คุณนอนหลับไม่ลึกพอ ตื่นเช้ามาไม่สดใส งัวเงีย หรือนอนไม่อิ่มได้ค่ะ