5 เคล็ดลับบำรุงผิวช่วงหน้าหนาว เลือกสกินแคร์จบปัญหาผิวแห้ง

หลายๆ คนคงกำลังดีใจที่หน้าหนาวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เพราะจะได้สัมผัสกับลมเย็นๆ ให้ชื่นใจสักที แต่เนื่องด้วยสภาพอากาศในฤดูหนาวเป็นสิ่งที่ทำให้ผิวแห้งแตก ขาดความชุ่มชื้นได้อย่างง่ายดาย UndubZapp จึงขออาสาพาเพื่อนๆ ทุกคนมาเตรียมตัวดูแลผิวล่วงหน้า ด้วยการเปิดเคล็ดลับบำรุงผิวช่วงฤดูหนาว พร้อมเผยเทคนิคดูแลผิวตั้งแต่ขั้นตอนอาบน้ำไปจนถึงการทาสกินแคร์ให้ทุกคนทราบ เพื่อนๆ ที่สนใจอยากเรียนรู้วิธีปกป้องผิวจากลมหนาว ตามเราไปดูเช็กลิสต์สิ่งที่ควรทำช่วงหน้าหนาวกันเลยค่ะ

 

1.ไม่อาบน้ำนานเกิน 5-10 นาที

หลายคนชอบอาบน้ำอุ่นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายช่วงหน้าหนาว ยิ่งได้อาบน้ำอุ่นนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกอุ่นสบายมากเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าน้ำอุ่นมีอุณหภูมิสูง ทำให้รูขุมขนเปิดออก เป็นเหตุให้ผิวหนังแห้งและขาดความชุ่มชื้นได้ง่าย ทุกๆ คนจึงไม่ควรอาบน้ำนานเกินไป ระยะเวลาการอาบน้ำที่เหมาะสมคือ 5-10 นาที ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการทำความสะอาดร่างกายแล้ว

 

2.เลือกสบู่ให้เหมาะกับชนิดผิว

สำหรับคนที่ชอบอาบน้ำนานๆ และคิดว่าการกลั้นใจอาบน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ทำให้ผิวแห้งดังเช่นการอาบน้ำอุ่น ขอให้ปรับความเข้าใจใหม่ เพราะการอาบน้ำอุณหภูมิปกติเป็นเวลานาน สามารถทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นได้เช่นกัน ที่สำคัญ ควรเลือกสบู่ให้เหมาะกับชนิดผิว เช่น เลือกใช้สบู่เหลว สูตรอ่อนโยน ซึ่งมีคุณสมบัติในการคงความชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่ผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย

 

3.ทาสกินแคร์หลังอาบน้ำ ภายใน 3-5 นาที

ช่วงเวลาหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ 3-5 นาทีแรกนั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงนาทีทองของผิว เนื่องด้วยเป็นช่วงหลังเช็ดตัวหมาดๆ ผิวยังมีความชุ่มชื้นจากการอาบน้ำอยู่ จึงเป็นช่วงที่ควรทาสกินแคร์บำรุงผิวอย่างรวดเร็ว ทั้งบริเวณผิวหน้าและผิวกาย เคล็ดลับที่อยากแนะนำสำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้าหนาว คือ เลือกครีมบำรุงที่เป็นเนื้อครีม (Cream) เพราะมีความเข้มข้นของเนื้อครีมมากที่สุด จึงช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่าเนื้อโลชั่น (Lotion) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ผิวลอก รวมถึงผิวที่เกิดริ้วรอยง่าย

 

4.บํารุงผิวจากภายนอก

กฎพื้นฐานในการบำรุงผิวจากภายนอก คือ เรียงลำดับการทาสกินแคร์ตามหน้าที่ของมันให้ถูกต้อง โดยเริ่มจากเนื้อเบาไปหนัก

 

ขั้นตอนบํารุงผิวหน้า

 

  • คลีนเซอร์ (Cleanser)

การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยล้างความมันบนใบหน้าออกไปด้วย จึงควรใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกไปก่อน ผิวจะได้สะอาดหมดจด พร้อมสำหรับการรับสารบำรุง

 

  • โทนเนอร์ (Toner)

หากต้องการยกระดับความสะอาดผิวไปอีกขั้น แนะนำให้ใช้โทนเนอร์ตามสภาพผิวหลังจากล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ เพื่อปรับสมดุลผิว ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งตึง

 

  • ทรีตเมนต์ เอสเซนส์ (Treatment Essences)

หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ น้ำตบ เป็นขั้นตอนแรกของการดูแลผิว ด้วยเนื้อสัมผัสเบาบาง กอปรกับการใช้ปลายนิ้วตบเบาๆ ทั่วใบหน้า จะช่วยปลุกกระตุ้นการไหลเวียนในผิวได้เป็นอย่างดี

 

  • ครีมบำรุงรอบดวงตา (Eyes Cream)

การทาครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย ป้องกันการเกิดริ้วรอย ลดการสูญเสียคอลลาเจนได้ชะงัด แต่ต้องไม่ลืมว่าอายครีมเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในระยะยาว จะหวังผลชั่วข้ามคืนไม่ได้

 

  • เซรั่ม (Serum)

เซรั่มเป็นสกินแคร์ที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์บำรุงผิวมากที่สุด จึงควรเลือกเซรั่มที่แก้ปัญหาผิวอย่างเฉพาะเจาะจงกับความต้องการ และควรจะเลือกเซรั่มให้เหมาะกับการดูแลผิวทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน

 

  • มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer)

ตัวเอกของการแก้ผิวแห้ง ช่วยเซฟความชุ่มชื้นในช่วงหน้าหนาว เพราะทุกสภาพผิวต้องการมอยส์เจอไรเซอร์มารักษาระดับความชุ่มชื้นให้ผิวสุขภาพดี สำหรับการดูแลเวลากลางวัน ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสัมผัสบางเบา ส่วนการดูแลเวลากลางคืน ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสัมผัสเข้มข้น

 

  • ครีมกันแดด (Sunscreen)

ครีมกันแดดเป็นไอเท็มดูแลผิวอีกหนึ่งชิ้นที่ทุกคนพึงมี และควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพราะแสงแดดเป็นตัวการทำร้ายผิว จึงไม่ควรละเลยการทาครีมกันแดดโดยเด็ดขาด

 

 

5.บํารุงผิวจากภายใน

นอกจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว การบำรุงผิวจากภายในก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เคล็ดลับในการบำรุงผิวจากภายในให้เวิร์คคือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ประมาณ 8-10 แก้ว/วัน เพราะร่างกายต้องการน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา

อาหารที่ควรเน้นทานเป็นพิเศษ คือ อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดี เช่น โอเมก้า-3 ซึ่งสามารถหาทานได้จาก ปลา อาหารทะเล ถั่ว เมล็ดพืช ฯลฯ และก็ควรทานผักผลไม้ที่มีวิตามิน A, C, E และ Zinc เพื่อเติมอาหารผิวด้วย หรือหากไม่มีเวลาในการเลือกทานอาหาร ก็สามารถทานอาหารเสริมแทนได้ เพื่อช่วยทดแทนวิตามินที่ขาด