สุขภาพดีรับปีใหม่! ทริคปรับนาฬิกาชีวิต เป็นมนุษย์ออฟฟิศสาย Healthy

ปัจจุบันกิจวัตรประจำวันหลายอย่างในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน ล้วนส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวิตทั้งสิ้น เช่น ถึงเวลานอนแล้ว แต่ยังฝืนดูซีรีส์ต่อไป ทั้งๆ ที่ร่างกายต้องการพักผ่อนมาก เป็นต้น กิจกรรมเช่นนี้ทำให้นาฬิกาชีวิตของหลายๆ คนแปรปรวน ไม่เป็นไปตามกฏธรรมชาติ เกิดการเสียสมดุลของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจสูงกว่าคนที่ใช้ชีวิตตามนาฬิกาชีวิต UndubZapp จึงขอชวนทุกคนมาปรับเวลานาฬิกาชีวิต เป็นมนุษย์ออฟฟิศแบบไม่เสียสุขภาพ สร้างสุขภาพดีรับปีใหม่กันค่ะ

 

1.เข้านอน เวลา 23:00 น. – 01:00 น.

 

ช่วงเวลา 23:00 น. – 01:00 น. เป็นเวลาที่ควรเข้านอน เนื่องจากช่วงเวลานี้ ถุงน้ำดีจะทำหน้าที่เก็บน้ำดีที่ได้จากตับ และส่งน้ำดีไปที่ลำไส้เล็ก เพื่อช่วยย่อยไขมัน และดูดซับของเสียออกจากร่างกาย ถ้าถุงน้ำดีทำงานได้มีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้สมองปลอดโปร่ง รู้สึกแจ่มใส ถ้าไม่เข้านอนช่วงเวลาดังกล่าว จะส่งผลให้เกิดอาการกังวล ปวดหัว เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วในถุงน้ำดี

 

2.นอนหลับให้สนิท เวลา 01:00 น. – 03:00 น

 

ช่วงเวลา 01:00 น. – 03:00 น. เป็นเวลาที่ควรนอนหลับให้สนิท เนื่องจากช่วงเวลานี้ ตับจะทำหน้าที่หลั่งสารมาฆ่าเชื้อโรค กำจัดสารพิษในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี มีสมาธิในการทำทุกสิ่ง ถ้านอนหลับไม่สนิทในช่วงเวลาดังกล่าว จะส่งผลให้อารมณ์ร้อน โมโหง่าย สีหน้าหมองคล้ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ

 

3.ตื่นนอน เวลา 03:00 น. – 05:00 น.

 

ช่วงเวลา 03:00 น. – 05:00 น. เป็นเวลาที่ควรตื่นนอน เนื่องจากช่วงเวลานี้ ปอดจะทำหน้าที่ส่งออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตื่นนอนมาสูดอากาศบริสุทธิ์ และรับแสงแดดยามเช้า ช่วยให้ปอดสุขภาพดี เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ และยังทำให้ใบหน้าสดใส รู้สึกกระปรี้กระเปร่ายามตื่นนอน

 

4.ขับถ่ายอุจจาระ เวลา 05:00 น. – 07:00 น.

 

ช่วงเวลา 05:00 น. – 07:00 น. เป็นเวลาที่ควรขับถ่ายอุจจาระ เนื่องจากช่วงเวลานี้ ลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ถ้าไม่ขับถ่ายอุจจาระในเวลาดังกล่าว ร่างกายจะไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด เกิดการสะสมสารพิษภายในร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ถ้าขับถ่ายอุจจาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายจะสดชื่น แจ่มใส ไม่รู้สึกมัวหมอง

 

5.รับประทานอาหารเช้า เวลา 07:00 น. – 09:00 น.

 

ช่วงเวลา 07:00 น. – 09:00 น. เป็นเวลาที่ควรรับประทานอาหารเช้า เนื่องจากช่วงเวลานี้ กระเพาะอาหารต้องการสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าไม่ได้รับประทานอาหารเช้า จะส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะตามมา การไม่ได้รับประทานอาหารเช้าในช่วงเวลาดังกล่าว จะส่งผลให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน ขี้หลงขี้ลืม อ่อนเพลียง่าย

 

6.ทำงาน เวลา 09:00 น. – 11:00 น.

 

ช่วงเวลา 09:00 น. – 11:00 น. เป็นเวลาที่ควรทำงาน เรียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากช่วงเวลานี้ ม้ามจะทำหน้าที่กระจายสารอาหารและน้ำไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ร่างกายจึงมักแอคทีฟมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ควรออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวพอประมาณ และดื่มน้ำอย่างพอเพียง เพื่อช่วยกระตุ้นให้ม้ามทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

7.ผ่อนคลายกายและใจ เวลา 11:00 น. – 13:00 น.

 

ช่วงเวลา 11:00 น. – 13:00 น. เป็นเวลาที่ควรผ่อนคลายกายและใจ เนื่องจากช่วงเวลานี้ หัวใจจะทำงานหนัก ควรผ่อนคลายกายและใจ บาลานซ์อารมณ์ให้สมดุล หลีกเลี่ยงการเจอกับเรื่องตื่นเต้น เรื่องตกใจ หรือเรื่องเครียดๆ ทั้งหลาย ถ้าเป็นไปได้ ควรหาเวลางีบหลักสัก 15-30 นาที เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อน ถือเป็นการบำรุงหัวใจ ปรับสมดุลร่างกายให้สดชื่นอีกทาง

 

8.งดทานอาหาร เวลา 13:00 น. – 15:00 น.

 

ช่วงเวลา 13:00 น. – 15:00 น. เป็นเวลาที่ควรงดทานอาหาร เนื่องจากช่วงเวลานี้ ลำไส้เล็กจะสามารถย่อยและดูดซึมอาหารได้ดี โดยลำไส้เล็กจะทำหน้าที่ดูดซึมน้ำกับสารอาหารไปยังหัวใจและปอดเพื่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนกากอาหารจะถูกส่งไปยังลำไส้ใหญ่ น้ำจะถูกขับไปยังกระเพาะปัสสาวะ การงดทานอาหารในช่วงเวลาดังกล่าว จะช่วยให้ลำไส้เล็กทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

9.ออกกำลังกาย เวลา 15:00 น. – 17:00 น.

 

ช่วงเวลา 15:00 น. – 17:00 น. เป็นเวลาที่ควรออกกำลังกาย หรือทำให้เหงื่อออก เนื่องจากช่วงเวลานี้ กล้ามเนื้อและหลอดเลือดหัวใจมีความแข็งแรงมากที่สุด เหมาะแก่การออกกำลังกายพอประมาณ ไม่ถึงกับต้องออกกำลังกายหนักๆ เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน นอกจากการออกกำลังกายแล้ว สามารถอบตัวหรือซาวน่า เพื่อขับเหงื่อออกจากร่างกายก็ได้เช่นกัน

 

10.หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม เวลา 17:00 น. – 19:00 น.

 

ช่วงเวลา 17:00 น. – 19:00 น. เป็นเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม เนื่องจากช่วงเวลานี้ ไตจะทำหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตและความสามารถในการสืบพันธุ์ จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเค็ม เลือกรับประทานอาหารรสจืด หรืออาหารที่ปรุงน้อยแทน นอกจากนั้นแล้ว ควรทำใจให้สดชื่น คนที่ง่วงเหงาหาวนอนเวลานี้เป็นประจำ แสดงว่าอาจมีปัญหาเรื่องไตเสื่อม

11.ผ่อนคลาย เวลา 19:00 น. – 21:00 น.

 

ช่วงเวลา 19:00 น. – 21:00 น. เป็นเวลาที่ควรผ่อนคลาย เนื่องจากช่วงเวลานี้ เยื่อหุ้มหัวใจจะทำหน้าที่ปกป้องหัวใจ ป้องกันการรุกรานจากปัจจัยภายนอก จึงควรหากิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจทำ เพื่อผ่อนคลายความเครียดที่เผชิญมาตลอดทั้งวัน อาจใช้วิธีนั่งสมาธิ สวดมนต์ ฟังธรรม ฟังดนตรีเพื่อการทำสมาธิ (Meditation music) เตรียมร่างกายสำหรับการพักผ่อนขั้นต่อไป

 

12.เตรียมตัวเข้านอน เวลา 21:00 น. – 23:00 น.

 

ช่วงเวลา 21:00 น. – 23:00 น. เป็นเวลาที่ควรเตรียมตัวเข้านอน เนื่องจากช่วงเวลานี้ ระบบทางเดินหายใจ ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนิน อุณหภูมิในร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ช่วงเวลานี้ ควรทำร่างกายให้อบอุ่น เตรียมพร้อมสำหรับการนอนหลับพักผ่อน หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไอที หรืออัปเดตข่าวสารรอบโลก เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนเต็มที่