ตัวชาบ่อย เสี่ยงโรคร้ายถามหา!! 7 อาการชาตามร่างกาย ที่ไม่ควรชิล

อาการชาตามร่างกายนั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยจึงมักไม่ให้ความสนใจกับการชาตามร่างกายมากนัก แต่แท้จริงแล้ว โรคที่ก่อให้เกิดอาการชานั้นมีตั้งแต่โรคเล็กน้อยไปจนถึงอาการเจ็บป่วยที่เข้าขั้นน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว สำหรับใครที่มีอาการชาตามร่างกายบ่อยๆ ลองมาดูเช็กลิสต์ที่เราคัดมาให้กันดีกว่า ว่าจุดที่คุณชานั้นจะบ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง หากเห็นท่าไม่ดีจะได้รีบไปพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ด้วยความปรารถนาดีจาก UndubZapp ค่ะ

 

1. อาการชาตามนิ้ว

อาการชาตามนิ้วนั้น ถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นสัญญาณบ่งชี้ได้หลายโรค โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นจากเส้นประสาทมือถูกบีบรัดทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากพังผืดที่เสื่อมสภาพและมีความหนาขึ้นจนไปกดทับเส้นประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการชาเกิดขึ้นร่วมกับการปวดร้าวฝ่ามือ โดยมักเกิดจากการเกร็งมืออยู่ในท่าเดิมนานๆ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในเหล่าหนุ่มสาวออฟฟิศค่ะ

 

2. อาการชาตามปลายมือปลายเท้า

อาการชาที่เกิดขึ้นเฉพาะปลายมือหรือปลายเท้านั้น มักมีสาเหตุมาจากปลายประสาทเสื่อมสภาพหรือมีการอักเสบ ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งจากการเสื่อมสภาพทั่วไป และประเภทที่มีสาเหตุจากโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคไต หรือการได้รับสารพิษ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจเกิดขึ้นจากการใช้มือทำงานหนักมากเกินไปอีกด้วย

 

3. อาการชาร่างกายทั้งแถบ

อาการชาที่มีสาเหตุมาจากกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาทนั้น มักทำให้เกิดการชาบนร่างกายเป็นแถบเดียวกัน เช่น การชาตั้งแต่แขนไปจนถึงนิ้วมือด้านซ้ายหรือด้านขวาโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากกระดูกต้นคอเสื่อมซึ่งถือเป็นอาการที่อันตรายมากและต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ

 

4. อาการชาเท้าจนถึงหน้าแข้ง

อาการชาประเภทนี้เกิดขึ้นบ่อยทีเดียว โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่ชอบนั่งไขว่ห้างเป็นประจำจนทำให้เส้นประสาทบริเวณใต้หัวเข่าด้านนอกถูกกดทับ ซึ่งส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณนั้นติดขัดจนทำให้เกิดการชาในที่สุด โดยปกติแล้วอาการจะดีขึ้นเพียงแค่ปรับเปลี่ยนท่านั่งเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกขึ้นค่ะ

 

5. อาการชาสะโพกจนถึงปลายเท้า

ถือเป็นหนึ่งในอาการชาที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้อย่างเด็ดขาด เพราะการชาจากสะโพกลงไปถึงปลายเท้านั้น ถือเป็นสัญญาณหลักของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท โดยหากปล่อยไว้นานอาจทำให้มีอาการมากจนถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเลยทีเดียว ซึ่งการรักษาโรคนี้มีหลายวิธีตามระดับของโรค ตั้งแต่การทานยา การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการผ่าตัดค่ะ

 

6. อาการชาจากโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานนั้นถือเป็นโรคที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายประการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโรคเส้นประสาทเบาหวานที่มักส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อเส้นประสาทส่วนปลายตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมทั้งสมอง โดยอาการชาจากเบาหวานนั้นสามารถเกิดได้ทั่วร่างกายไม่ว่าจะเป็นปลายมือ ปลายเท้า ตามข้อต่างๆ ไปจนถึงต้นขาและต้นแขน ขึ้นอยู่กับส่วนของประสาทที่ผิดปกติ  โดยอาการจะเป็นมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่จะมีอาการที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนกระทั่งกระทบกับระบบสมองและหัวใจได้เลยทีเดียว

 

7. อาการแขนขาชาไม่มีแรง

อาการชาที่มาพร้อมกับแขนขาอ่อนแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุนั้น ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณของโรคอันตรายหลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือโรคหลอดเลือดสมองตีบตันซึ่งสามารถนำไปสู่อาการอื่นๆ ทั้ง อัมพฤกษ์ อัมพาต สูญเสียความทรงจำ ไปจนถึงขั้นเสียชีวิต โดยถือเป็นโรคที่จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เพียงแค่อาการชาจะกลายเป็นสัญญาณของโรคอันตรายมากมายหลายโรคขนาดนี้ โดยหนทางที่ป้องกันโรคต่างๆได้ดีที่สุด ก็คือการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดอาการชาที่ดูผิดปกติก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นโรคเล็กน้อยหรือโรคร้ายแรง การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าการพบแพทย์ในวันที่สายเกินไปค่ะ

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> ไตแพง ต้องดูแล!! 5 สัญญาณเตือน โรคไตวายเฉียบพลัน และการป้องกัน

>> ผู้หญิงไม่รู้ไม่ได้!! 4 สัญญาณ “โรคช่องคลอดอักเสบ” และวิธีดูแลรักษา