คลีนด้วย อร่อยได้!! 12 เครื่องปรุงอาหารคลีนควรมีติดบ้าน ไดเอทแบบรักสุขภาพ

UndubZapp เชื่อว่ามีสาวๆ หลายคนเลยแหละที่คิดอยากไดเอทแบบเห็นผลไว เลยเลือกวิธีออกกำลังกายอย่างหนักควบคู่ไปกับการกินอาหารคลีนเต็มขั้น หากว่าเดิมทีสาวๆ เป็นคนกินอาหารรสจัดเป็นประจำ สาวๆ ก็อาจเกิดเจอกับปัญหาที่ว่า การกินคลีนมันช่างจืดชืด ไม่ถึงใจ จึงล้มเลิกโปรเจ็กต์กินคลีนไปเสียดื้อๆ

 

UndubZapp ขอมาชี้ทางสว่างให้กับสาวๆ ที่อยากกินคลีน กำลังกินคลีน หรือพยายามที่จะกินคลีนทุกๆ คน ให้หันมากินคลีนแบบเดินทางสายกลาง คือ ใส่เครื่องปรุงได้บ้าง แต่ใส่ในปริมาณที่เหมาะสมกันนะคะ วิธีไดเอทด้วยการกินคลีนแบบพอดีนี้จะช่วยให้สาวๆ ไดเอทได้แบบปลอดภัย ไม่ทำร้ายสุขภาพและไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป ถ้าสาวๆ จัดวิธีลดน้ำหนักได้เช่นนี้ก็จะสามารถปฏิบัติได้ในระยะยาว โดยไม่ท้อเลยล่ะค่ะ ส่วนเครื่องปรุงอาหารคลีนที่สาวๆ สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

12.น้ำมันมะกอก

น้ำมันที่ได้จากผลมะกอกมาสกัด สามารถใช้ทำน้ำสลัด หรือเมนูผัดที่ใช้น้ำมันน้อยได้ มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง มีส่วนช่วยควบคุมไขมัน หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมควบคู่กับการรับประทานอาหารไขมันต่ำ จะช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้มากกว่าผู้ที่ควบคุมอาหารทั่วไป เป็นอาหารลดน้ำหนักชั้นดี ทั้งนี้ น้ำมันมะกอกมีหลากหลายประเภท ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อประโยชน์สูงสุด

© รูปต้นฉบับ: Juan Gomez

 

11.น้ำมันคาโนลา

น้ำมันที่ได้จากเมล็ดของต้นคาโนลา มีส่วนประกอบของกรดโอลิอิก ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดไขมันกลีเซอไรด์ และลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด มีให้เลือกใช้ทั้งแบบขวดและแบบสเปรย์ วิธีลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักหากต้องการกินอาหารทอดๆ นั้น ทำได้ง่ายๆ โดยการใช้น้ำมันแบบสเปรย์แทนแบบขวด

© รูปต้นฉบับ:Jessica Lewis

 

 10.น้ำมันรำข้าว

น้ำมันที่ได้จากการสกัดข้าว อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารสำคัญต่างๆ มากมาย มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอล สามารถนำมาใช้ทำอาหารประเภทผัดๆ ทอดๆ โดยใส่แต่น้อยได้

© รูปต้นฉบับ: Ieva Vizule

 

 

9.น้ำมันมะพร้าว

สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน เนื่องจากเป็นกรดไขมันอิ่มตัว ร่างกายจึงสามารถดูดซึมวิตามินไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว น้ำมันมะพร้าวยังมีส่วนช่วยลดความอยากอาหาร และดีทอกซ์สารพิษ ขับของเสียออกจากร่างกาย จึงเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารลดน้ำหนักก็ได้เช่นกัน

 

8.น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล มีรสเปรี้ยว สามารถใช้ปรุงอาหารแทนน้ำมะนาว หรือทำน้ำสลัด น้ำจิ้ม เพิ่มรสชาติอาหารคลีนได้เป็นอย่างดี มีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร ลดอาการเสียดท้อง วิธีลดน้ำหนักบางวิธียังแนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเป็นอาหารลดน้ำหนักด้วย

 

© รูปต้นฉบับ:

 

 

7.สารแทนความหวาน

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลในปัจจุบันมีให้เลือกหลายชนิด คือ ซูคราโลส สารให้ความหวานที่หวานกว่าน้ำตาลทรายขาว และไม่มีพลังงาน กับ หญ้าหวาน ซึ่งหวานกว่าน้ำตาล แต่พลังงานต่ำ หากใช้ในปริมาณที่พอดี ก็ไม่จำเป็นต้องงดหวานให้โหยน้ำตาลเลยด้วยซ้ำ

6.พริกไทย

พริกไทยเป็นเครื่องปรุงที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร และมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น เป็นอีกหนึ่งเครื่องปรุงอาหารลดน้ำหนักที่ควรมีติดครัว

© รูปต้นฉบับ:

 

 

5.ซอสหอยนางรม

ซอสหอยนางรม ผลิตจากหอยนางรมคัดคุณภาพอย่างดี สิ่งสำคัญคือต้องเลือกเป็นสูตรลดโซเดียมเท่านั้น เพราะโซเดียมถือเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ร่างกายบวมน้ำ และยังเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงอัมพฤกษ์ อัมพาต

© รูปต้นฉบับ:

 

4.ซีอิ๊ว

ซีอิ๊วจากถั่วเหลืองคุณภาพ ควรเลือกใช้ชนิด Gluten-Free หรือ สูตรลดปริมาณโซเดียม และเหยาะลงในอาหารแต่พอดี เพราะการทานอาหารรสเค็มมากๆ จะทำให้ร่างกายบวมน้ำมากยิ่งขึ้น

© รูปต้นฉบับ:

 

3.น้ำปลา

น้ำปลาสูตรลดโซเดียม พร้อมคงรสเค็มด้วยเกลือโปแตสเซียม ช่วยลดความดันโลหิตได้ดี เวลาใช้เหยาะในปริมาณเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติเท่านั้น แม้ว่าจะลดโซเดียมแล้วแต่ก็ควรทานแต่พอดี

 

© รูปต้นฉบับ:

 

2.ขมิ้น

เครื่องปรุงอาหารลดน้ำหนักที่สามารถใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะต้ม แกง หรือผัด ช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม เพิ่มสีสันให้อาหารยิ่งขึ้น และยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด

© รูปต้นฉบับ:

 

1.เกลือ

ปกติแล้วคนเราต้องการโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน การใส่เกลือปรุงรสอาหารจึงไม่ถือว่าส่งผลเสียต่อร่างกายมากนัก เพียงแต่ต้องใช้ในปริมาณที่พอดี ทางที่ดีคือหลีกเลี่ยงการโรยเกลือลงบนอาหารลดน้ำหนักโดยตรง และใช้ภาชนะตวงเกลือก่อนใส่ลงบนอาหาร เพื่อจำกัดปริมาณการใช้เกลืออย่างเหมาะสม หรือเปลี่ยนไปใช้เกลือ สูตรโซเดียมต่ำแทน

© รูปต้นฉบับ: