งามดุจศิลปะชิ้นเอก!! 10 อันดับ “ทะเลสาบ” สวยที่สุดในโลก

น้ำ คือองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้ แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตสิ่งแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นถือกำเนิดขึ้นจาก “น้ำ” โลกของเรามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ดาวเคราะห์สีฟ้า ซึ่งหมายความว่า โลกใบนี้มีน้ำเยอะมากจริงๆ มีมากถึงเศษ 3 ส่วน 4 ของโลกทีเดียว UndubZapp จะพาคุณไปพบกับ ทะเลสาบ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีความงดงามดุจงานศิลปะชิ้นเอก และถือเป็นสุดยอดทะเลสาบที่คุณห้ามพลาด 10 แห่งของโลก จะมีที่ไหนกันบ้าง ลองไปอ่านกันเลยค่ะ

 

1. LAKE Bled (สโลเวเนีย)

หากผู้กำกับปีเตอร์แจ็คสัน จาก Lord of the Rings จำเป็นต้องเปิดฉากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเขา เขาไม่จำเป็น ต้องมองอะไรไกลเกินกว่าผลงานชิ้นเอกที่สโลวีเนียตะวันตกเฉียงเหนือ ทะเลสาบ Bled ตั้งอยู่ในประเทศสโลเวเนีย ทะเลสาบธรรมชาติแห่งเดียวในประเทศนี้ งดงามดุจฉากในเทพนิยาย แม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศ ที่นี่นอกจากน้ำที่สวยใสแล้ว เกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบอย่าง Bled island ยังขึ้นชื่ออย่างที่สุดทั้งความสวยงามและประวัติศาสตร์ รวมทั้งทัศนียภาพที่โอบล้อมด้วยเนินเขา แถมยังมีเกาะ Bled Island อยู่กลางทะเลสาบพอดิบพอดี ก็ยิ่งทำให้ที่นี่ดูงดงามเหมือนฝันจริงๆ โบสถ์ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางทะเลสาบกลายเป็นจุดท่องเที่ยวของนักถ่ายภาพ และเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของใครหลายๆ คน

© รูปต้นฉบับ: imgur

 

2. LAKE GENEVA (สวิสเซอร์แลนด์ / ฝรั่งเศส)

ทะเลสาบเจนีวา ที่มีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยวนี้ มีพื้นที่ 582 ตารางกิโลเมตร ยาว 73 กิโลเมตร ความกว้าง 14 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรปกลางรองจากทะเลสาบบาลาตันในประเทศฮังการี ตำแหน่งที่ตั้งของทะเลสาบนั้นอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และถึงแม้พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ แต่มีบางส่วนอยู่ในเขตประเทศฝรั่งเศส ชาวสวิสสามารถโอ้อวดได้ว่าพื้นที่ราว 60% อยู่ในสวิส ในขณะที่ชาวฝรั่งเศสสามารถโม้ว่าแม้ว่าจะมีกรรมสิทธิ์เพียง 40% แต่ก็สร้างแบรนด์น้ำดื่ม Evian บรรจุขวดขายไปทั่วโลก

© รูปต้นฉบับ: flickr

 

3. LAKE NAKURU (เคนยา)

“Nakuru” หมายถึง “สถานที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น” ในภาษามาไซ ที่เรียกขานแบบนี้ คาดว่าเป็นเพราะเมื่อเข้าหน้าแล้ง ทุ่งสะวันนาจะกลายสภาพเป็นฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ทะเลสาบนากูรู ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบนากูรู ในเขตริฟท์ วัลเล่ย์ เขตที่ราบสูงและใจกลางหุบเขาประเทศเคนย่า ทะเลสาบแห่งนี้เต็มไปด้วยแร่ธาตุและสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว ที่เป็นแหล่งอาหารของฝูงนกฟลามิงโก้สีชมพูจำนวนมหาศาล และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

© รูปต้นฉบับ: boardingarea

 

4. PLITVICE LAKES (โครเอเชีย)

ทะเลสาบพลิทไวซ์ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ประกอบด้วยทะเลสาบมากถึง 16 แห่งลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และถูกกั้นออกจากกันโดยเขื่อนธรรมชาติซึ่งเกิดจากคราบหินปูนที่ทับถมพอกพูนเป็นชั้นหนา และกลายเป็นที่อยู่อาศัยของมอส สาหร่าย และแบคทีเรีย พื้นที่ของทะเลสาบมีราว 2 ตารางกิโลเมตร เริ่มต้นที่ระดับความสูง 636 เมตร จนมาสิ้นสุดที่ระดับความสูง 503 เมตร รวมระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร และไปบรรจบกับแม่น้ำ Korana

© รูปต้นฉบับ: polesine24

 

5. LAKE TITICACA (โบลิเวีย / เปรู)

นี่คือทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส บริเวณชายแดนของประเทศเปรูและประเทศโบลิเวีย ด้วยระดับความสูงเฉลี่ย 3,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งถือว่าตั้งอยู่บนที่สูงแห่งหนึ่งของโลก ส่งผลให้มีปริมาณออกซิเจนต่ำ และอุณหภูมิของน้ำเย็นยะเยือก ติติกากามีความสำคัญอย่างมหาศาลสำหรับชาวเปรู เพราะเชื่อกันว่าชาวอินคาคนแรกถือกำเนิดมาจากทะเลสาบติติกากา รวมทั้ง Titicaca Water Frog ซึ่งเป็นกบที่พบเฉพาะในทะเลสาบตีตีกากาเท่านั้น

© รูปต้นฉบับ: rutaverdebolivia

 

6. LAKE MATHESON (นิวซีแลนด์)

ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ธารน้ำแข็งฟ็อกซ์ คาดว่าเกิดขึ้นราว 14,000 ปี มาแล้ว มันเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะใต้ ของประเทศนิวซีแลนด์ ทะเลสาบที่เงียบสงบนี้ล้อมรอบด้วยเทือกเขา Mount Cook และเทือกเขา Mount Tasman ที่ปกคลุมด้วยหิมะ น้ำที่มีสีน้ำตาลทำให้ทะเลสาบ Matheson สร้างพื้นผิวที่สะท้อนแสงได้อย่างสมบูรณ์แบบทำให้ผู้เยี่ยมชมได้พบกับความงดงามที่น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินวนรอบทะเลสาบที่เดินได้สบายๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

© รูปต้นฉบับ: peru

 

7. CRATER LAKE (โอเรกอน)

ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ 12,000 ฟุตที่ลึกที่สุดในอเมริกา ทะเลสาบ Crater Lake เกิดจากการที่ภูเขาไฟระเบิดและดับลงเมื่อประมาณ 7,700 ปีที่แล้ว เมื่อมีฝนตกและหิมะในฤดูหนาวละลายก็กลายเป็นทะเลสาบสีฟ้าใสอันสวยงาม ซึ่งล้อมรอบไปด้วยหน้าผาหินปากปล่องภูเขาไฟ และป่าสนสีเขียวอันอุดมสมบูรณ์

© รูปต้นฉบับ: amazonaws

 

8. LAKE GARDA (อิตาลี)

ทะเลสาบการ์ดา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเวโรนา และเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง ชื่อ Garda ทางตอนเหนือของทะเลสาบถูกล้อมรอบด้วยภูเขาที่มีรูปร่างเป็นแบบฉบับของหุบเขาซึ่งเกิดภายใต้การกัดเซาะละลายของธารน้ำแข็ง ทะเลสาบนี้ประกอบด้วยหมู่เกาะขนาดเล็กจำนวนมาก และเหมาะต่อการเล่น windsurf และ kiteboard

© รูปต้นฉบับ: topcrop

 

9. Five-Flower Lake (ประเทศจีน)

ทะเลสาบห้าสี หรือทะเลสาบกระจก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารสวรรค์จิ่วจ้ายโกว ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน สีสันที่สวยงามของน้ำในทะเลสาบห้าสี เกิดจากแคลเซียม คาร์บอเนต และบรรดาพืชน้ำชนิดต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ในทะเลสาบ ซึ่งมีผลทำให้น้ำกลายเป็นสีฟ้าและสีเขียว และช่วยทำให้น้ำในทะเลสาบใสราวกับกระจก จนนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใต้น้ำได้อย่างชัดเจน

© รูปต้นฉบับ: orangesmile

 

10. PEYTO LAKE แคนาดา

ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่กลางอุทยานแห่งชาติ Jasper ท่ามกลางเทือกเขาร็อคกี้ ความแปลกประหลาดของทะเลสาบแห่งนี้เห็นจะอยู่ที่ น้ำในทะเลสาบที่มีสีสวยงาม ออกเป็นสีฟ้าน้ำนม ซึ่งเกิดจากน้ำที่ไหลลงมาที่ทะเลสาบเป็นน้ำที่ละลายมาจากธารน้ำแข็ง Peyto ซึ่งได้พัดพาเอาตะกอนที่มีความละเอียดเหมือนแป้ง (rock flour) ไหลลงสู่ทะเลสาบ ทำให้น้ำเป็นสีขุ่นคล้ายน้ำนม จุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างของที่นี่ก็คือ รูปร่างของทะเลสาบที่เมื่อมองจากมุมสูงจะมีลักษณะคล้ายกับสุนัขจิ้งจอก ซึ่งงดงามมากจริงๆ ค่ะ

© รูปต้นฉบับ: tripsavvy

SOURCE : greenglobaltravel

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> ไปมัลดีฟส์ ห้ามพลาด!! 5 กิจกรรมมันส์สุดพลัง เซลฟี่ฉลาม ส่องกระเบนแมนตา

>> เที่ยวยุโรปมุมใหม่! 10 สถานที่เที่ยวลับๆ ซ่อนตัวสวยๆ ในยุโรป