4 สิ่งที่ต้องดูเมื่อถึงเวลาเปรียบเทียบประกันรถ

เพราะในปัจจุบันผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเราล้วนมีกรมธรรม์มากมายหลายแบบให้เลือกสรร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่หลายคนจะมีคำถามว่าแล้วเราควรใช้เกณฑ์อะไรเปรียบเทียบประกันรถของแต่ละเจ้าเพื่อให้ตัวเองได้กรมธรรม์ที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของความคุ้มค่าและราคา สำหรับใครที่มีคำถามในลักษณะดังกล่าวอยู่ในใจ ต้องบอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะวันนี้เราจะมาบอกต่อ 4 รายละเอียดที่ควรนำมาใช้เพื่อ เปรียบเทียบประกันรถ กัน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นยังไง รีบตามไปดูกันด้านล่างนี้ได้เลย

 

ราคาเบี้ยประกันรถยนต์

แน่นอนว่าราคาเบี้ยประกันคือเกณฑ์แรกที่ใครหลายคนมักนำมาใช้พิจารณาเมื่อถึงเวลาเปรียบเทียบประกันรถ

โดยวิธีที่จะช่วยให้เราได้เจอกับกรมธรรม์ที่ใช่คือการนำราคาเบี้ยประกันรถยนต์จากบริษัทประกันอย่างน้อย 3 แห่งที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับมาเปรียบเทียบเพื่อมองหาตัวเลือกที่โดนใจเรามากที่สุดทั้งในเรื่องของราคาและความคุ้มค่า ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถเปรียบเทียบประกันรถได้ง่ายๆ ด้วยการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถแสดงผลลัพธ์ในส่วนของค่าเบี้ยประกันบนหน้าเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว

 

ความคุ้มครอง

ถึงแม้เบี้ยประกันจะเป็นเกณฑ์หลักที่ใครหลายคนให้ความสนใจ แต่ทุกคนก็อย่าลืมไปว่าความคุ้มครองที่เราจะได้รับจากตัวกรมธรรม์นั้นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะในความเป็นจริง วัตถุประสงค์ในการซื้อประกันรถยนต์ของใครหลายคนคือการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน และด้วยเหตุนี้เราจึงอยากให้ทุกคนพยายามเลือกซื้อและเปรียบเทียบประกันโดยดูว่าความคุ้มครองของกรมธรรม์ไหนที่ตอบสนองความต้องการของเรามากที่สุด แล้วนำเรื่องราคามาเป็นเกณฑ์รอง

 

การทำเรื่องขอเคลม

นอกเหนือไปจากเรื่องของราคาค่าเบี้ยประกันและการคุ้มครองแล้ว อีกหนึ่งเกณฑ์สำคัญที่เราควรนำมาใช้เพื่อเปรียบเทียบได้แก่ขั้นตอนการเคลมที่จะต้องรวดเร็วและไม่ซับซ้อน เนื่องจากเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกตกใจและกระวนกระวาย ซึ่งหากเรามีประกันรถยนต์ที่สามารถจัดการทุกรายละเอียดการเคลมได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าเราในฐานะผู้ทำเรื่องขอเคลมก็ย่อมต้องรู้สึกอุ่นใจและสบายใจมากขึ้น

 

การนำรถไปซ่อมที่อู่

 รายละเอียดสุดท้ายที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ได้แก่การนำรถไปเคลมประกันที่อู่ ปกติแล้ว เวลาเราซื้อประกันรถยนต์ ทางบริษัทมักจะกำหนดไว้ในกรมธรรม์ว่าเราสามารถนำรถไปทำเรื่องเคลมได้ที่ไหนบ้าง โดยข้อมูลสำคัญที่เราอยากจะให้ทุกคนดูในส่วนนี้ได้แก่ จำนวนของอู่รถว่ามีมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงจำนวนของอู่รถในเครือบริษัทประกันที่เราสามารถนำรถไปซ่อมได้โดยไม่จำเป็นต้องสำรองจ่ายก่อน

 

และทั้งหมดก็คือ 4 รายละเอียดสำคัญที่เราควรใช้เป็นเกณฑ์หลักเมื่อถึงเวลาต้องเปรียบเทียบประกันรถ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลทั้งหมดจะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะ