เริ่มใหม่ได้ แม้ปีนี้ไม่สมหวัง 7 เทคนิคสตาร์ทชีวิตใหม่แบบปังๆ ในปี 2019

ยิ่งเข้าใกล้ช่วงสิ้นปี ก่อนที่จะเริ่มต้นเฉลิมฉลองปีใหม่กันนั้น ก็ถึงเวลาที่ทุกคนควรจะหันมาทบทวนชีวิตตลอด 1 ปีที่ผ่านมากันค่ะ หลายคนอาจเข้าใกล้ความฝันไปอีกนิด แต่อีกหลายๆ คนกลับไม่ได้เริ่มทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้เลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นก็ใช่ว่าจะไปนั่งนึกเสียดายเวลาที่ผ่านไปแล้วค่ะ เพราะในปีหน้านี้ เราก็ยังสามารถตั้งเป้าหมายใหม่และเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง แถมปฏิบัติการล่าฝันในปีหน้านี้ยังมีแววว่าจะสำเร็จมากกว่าเดิมอีกด้วย เพราะ UndubZapp มี 7 เทคนิคดีๆ ในการรีสตาร์ทชีวิตดี๊ดีมาฝากกันเป็นของขวัญปีใหม่ด้วยค่ะ

 

1. ลืมความล้มเหลวในปีที่ผ่านมา

แม้ว่าเราจะต้องเจอกับอะไรในปีที่ผ่านมา หรือไม่ว่าจะเราจะวางแผนอะไรในอนาคต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการอยู่กับปัจจุบัน ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ คุณก็ต้องปล่อยวางจากความล้มเหลวในอดีตให้ได้ก่อน โดยตั้งสติอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เพื่อการเริ่มต้นทำตามเป้าหมายอีกครั้งด้วยใจที่มีพลังค่ะ

 

2. ตั้งเป้าหมายใหม่ให้ปังสุดๆ

แม้ว่าเป้าหมายของคุณจะยังคงเป็นเรื่องเดิม แต่เราก็อาจสร้างพลังให้กับเป้าหมายครั้งใหม่ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆน้อย หรืออาจเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเรื่องอื่นไปเลยก็ได้ เพราะการทำแต่เรื่องเดิมๆ อาจทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่าย ตรงกันข้ามกับการได้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่ช่วยทำให้รู้สึกระชุ่มกระชวยมากกว่า ไม่แน่ว่า การลองอะไรใหม่ๆ อาจทำให้คุณได้พบกับสิ่งที่ใช่ๆสำหรับคุณก็เป็นได้

 

3. แบ่งเป้าหมายแบบเป็นขั้นบันได

ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คุณควรมีการกำหนดเป้าหมายย่อยแบบขั้นบันได เพราะนอกจากจะเป็นการทำตามแผนที่ดีแล้ว การประสบความสำเร็จในขั้นตอนเล็กๆ ยังช่วยให้มีกำลังใจในการทำขั้นต่อๆ ไปจนสามารถถึงเป้าหมายใหญ่ได้ในที่สุดค่ะ

 

4. ถือโอกาสออกแบบชีวิตใหม่

ไม่เพียงแค่การทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่านั้น แต่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังรวมไปถึงการทำชีวิตให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้านอีกด้วย เช่น หากคุณต้องการที่จะมีสุขภาพดี ก็ควรเปลี่ยนให้ตัวเองเป็นคนเฮลตี้ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์และหาเวลาออกกำลังกาย รวมทั้งยังอาจเปลี่ยนภาพลักษณ์ด้วยการเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวให้ดูดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

5. เพิ่มเวลาด้วยการลดพฤติกรรม

ถึงแม้ว่าคุณจะมีเป้าหมายมากมายขนาดไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำทุกเรื่องได้ ซึ่งทำให้หลายคนมักมีข้ออ้างยอดฮิตอย่างคำว่า “ไม่มีเวลา” ทั้งๆ ที่ทุกคนก็มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน ดังนั้น การจะเปลี่ยนให้ตัวเองเป็นคนมีเวลาได้ ก็คือการต้องลดพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดีหรือไม่จำเป็นลงเพื่อเพิ่มเวลาในทำสิ่งที่ตั้งใจให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเล่นโทรศัพท์ เล่นเกมหรือดูละคร ซึ่งหากลดเวลาเหล่านี้ลงได้คุณจะพบว่าตัวเองเหลือเวลาเพิ่มขึ้นอีกมากทีเดียวค่ะ

 

6. เดินหน้าแม้รู้สึกกลัว

หากเป้าหมายของคุณคือการเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกกังวลจนไม่กล้าที่จะกล้าที่จะก้าวต่อ ขอให้รู้ไว้เลยค่ะว่านี่คือขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งหลายนั้นต่างเดินหน้าต่อไปแม้ว่าจะพกพาความกลัวและความเหนื่อยล้ามาเต็มกระเป๋าด้วยก็ตาม

 

7. อย่าลืมตั้งเป้าความสุขของตัวเอง

มีหลายคนต้องยอมแพ้ระหว่างทางเพียงเพราะทุ่มเทกับเป้าหมายมากจนลืมให้สร้างความสุขกับตัวเอง อย่าลืมว่าเราเป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร ดังนั้น ไม่ว่าจะจริงจังแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมเหลือเวลาสำหรับการผ่อนคลายและให้รางวัลชีวิตกับตัวเองบ้าง อย่างเช่นการไปเที่ยวพักผ่อนหรือการไปทำสปาแบบชิลๆ ซึ่งจะช่วยชาร์จพลังในการเดินหน้าต่อได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียวค่ะ

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> รักงานที่เกลียด 5 เทคนิคเปลี่ยน “งานไม่ชอบ” เป็น “งานที่รัก” มันต้องมีมุมดีๆ บ้างสิ

>> แฟนคนนี้ ควรคบต่อ หรือรอคนต่อไป! 10 เช็กลิสต์ “ทดสอบชีวิตคู่” ว่าอยู่ยืดมั้ย?