หมดกังวลเรื่องเลือกบริษัทประกันรถยนต์ กับ 3 เทคนิคที่ไม่ควรพลาด

เมื่อพูดถึงการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว หนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนอกจากการมีรถยนต์เป็นของตัวเองก็คือการเลือกซื้อประกันภัยสำหรับรถยนต์ประจำปี ซึ่งการเลือกนั้น ก็ควรที่จะเลือกให้ดีตั้งแต่การเลือกบริษัทประกันรถยนต์เลย เพราะจะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง วันนี้เราก็เลยอยากที่จะมาแนะนำเทคนิคดีๆ ในการเลือกซื้อประกันจากบริษัทประกันรถยนต์ ต่างๆ ว่าควรที่จะต้องพิจารณาอะไรกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย

 

ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน

ในส่วนนี้จะเป็นอย่างแรกที่เราไม่อยากให้ทุกคนมองข้าม แม้ว่าบริษัทประกันรถยนต์หลายๆ แห่งเขาจะมาพร้อมกับค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่า แม้จะเป็นบริษัทประกันที่เราไม่คุ้นชื่อก็ตาม ถ้าหากใครจะเน้นที่ราคา ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเลือกบริษัทประกันรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือนั้น ก็จะช่วยสร้างความอุ่นใจในการเดินทางให้กับเราได้ โดยเฉพาะในส่วนของการเดินทางไปยังต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งเดินทางในตัวเมืองก็ตาม เพราะด้วยสาขาหรือศูนย์บริการมีอยู่ทั่วประเทศไทย การเดินทางทั้งในและต่างจังหวัดก็ยิ่งสะดวกสบาย เมื่อเกิดปัญหา ก็สามารถโทรศัพท์เพื่อติดต่อศูนย์บริการภายในจังหวัดได้ แถมยังสามารถมั่นใจได้ด้วยว่าบริษัทประกันนั้นๆ จะให้ความคุ้มครองในการซ่อมแซมรถยนต์ของเราเมื่อเกิดเหตุได้อย่างดีด้วยล่ะ

 

ความคุ้มครองที่ครอบคลุม

ความคุ้มครองในประกันรถยนต์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่ใช้รถอย่างเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นรถของตัวเองหรือของครอบครัว เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ทางบริษัทประกันรถยนต์นั้นออกมา ก็จะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป และมีราคาที่แตกต่างกัน ทำให้เราไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันที่สูงเกินความจำเป็นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2, ประกันชั้น 3+, ประกันชั้น 3 หรือแม้กระทั่งประกันชั้น 5 ก็ตาม

 

ให้บริการหลังการขายดี เคลมง่าย ไม่วุ่นวาย

ต้องบอกว่าในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างดี แม้ว่าเราจะขับรถอย่างระมัดระวังก็ตาม เพราะว่าในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ทำให้ต้องโทรเรียกพนักงานเคลมของบริษัทประกันรถยนต์นั้นๆ ก็ต้องมีความรวดเร็ว และให้บริการเราอย่างดี เมื่อนำรถของเราเข้าไปซ่อมในอู่ก็ควรที่จะต้องมีการดูแลรถของเราอย่างดี มีเจ้าหน้าที่ให้การดูแลตลอด และเมื่อเบิกค่าใช้จ่ายก็จะไม่วุ่นวายเมื่อต้องติดตามเอกสารต่างๆ 

 

ที่สำคัญเลยก็คืออย่าลืมที่จะพิจารณาเรื่องของราคาค่าใช้จ่ายเอาไว้ให้ดี ถ้าใครรู้ว่าตัวเองขับรถไม่แข็ง ก็อาจจะเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่มาพร้อมกับความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนนี้ มีอู่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน หรือถ้าใครต้องใช้รถเป็นประจำ ก็อาจจะมองหาบริษัทประกันที่มาพร้อมกับบริการรถใช้ระหว่างซ่อมก็ได้เช่นกัน