กะปริบกะปรอย ต้องระวัง!! 5 อันดับโรคอันตราย ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ผู้หญิงกับวันนั้นของเดือน เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่คุยกันไม่จบไม่สิ้น เพราะนอกจากอาการปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน ที่ผู้หญิงต้องเจออยู่ทุกๆ เดือนแล้ว การมีประจำเดือนไม่ปกติก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความกลุ้มใจให้กับสาวๆ ไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งปกติแล้ว รอบประจำเดือนจะอยู่ที่ 28 ถึง 35 วัน แต่สำหรับใครที่พบว่าประจำเดือนขาดหายบ่อยครั้ง หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ รวมการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกรอบเดือน อาการเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงโรคบางอย่างได้ โดยเฉพาะ 5 โรคร้ายที่เรานำมาฝากนี้ ถือเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์อย่างเร่งด่วน เพราะบางโรคนั้น หากปล่อยปละละเลยอาจมีอันตรายได้ถึงชีวิตเลยทีเดียว ส่วนจะมีโรคไหนติดใน 5 อันดับของเราบ้างนั้น ตาม UndubZapp ไปดูกันค่ะ

 

5. ภาวะฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ

ภาวะฮอร์โมนปกติของผู้หญิงนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การกินยาบางอย่างที่มีผลต่อฮอร์โมน ทั้งยาสมุนไพร รวมทั้งการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิด ก็อาจส่งผลให้มีฮอร์โมนแปรปรวนจนมีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้ นอกจากนี้ ภาวะเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายผันผวนด้วยเช่นกัน โดยจะส่งผลให้ระดับเอสโตรเจนและโปรเจนเตอโรนไม่สมดุล และทำให้เลือดออกทางช่องคลอดได้ ซึ่งแม้จะไม่ใช่โรคที่รุนแรง แต่ก็ถือเป็นอาการที่ต้องรีบพบแพทย์เพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนให้เป็นปกติ รวมทั้งต้องระวังอันตรายจากการเสียเลือดมากเกินไปอีกด้วย

 

4. โรคไทรอยด์

การมีเลือดออกกะปริบกะปรอย รวมทั้งการมีประจำเดือนมามากหรือน้อยกว่าปกติ ถือเป็นสัญญาณสำคัญของโรคไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งเป็นอีกโรคหนึ่งที่พบได้มากในผู้หญิงอายุระหว่าง 20 – 40 ปี ซึ่งหากพบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติพร้อมกับอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น อารมณ์แปรปรวน คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเหลว ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสัญญาณของโรคไทรอยด์เป็นพิษและรับการรักษาอย่างเร่งด่วนค่ะ

 

3. การติดเชื้ออวัยวะสืบพันธุ์

การติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ถือเป็นโรคอันดับ 3 ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการเลือดประจำเดือนกะปริบกะปรอยได้ เนื่องจากการติดเชื้อมักก่อให้เกิดการอักเสบและมีเลือดออก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งเชื้อโรคทั่วไป และเชื้อโรคที่มาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแน่นอนว่า ความรุนแรงจากโรคเหล่านี้อาจมีได้หลายระดับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว มักจะสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการรักษาจากแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่มีอาการ

 

2. เนื้องอกในมดลูก

เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุของอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยที่เกิดขึ้นบ่อยเลยทีเดียว แต่ที่อยู่ในอันดับสองนี้ เนื่องจากเนื้องอกในมดลูกโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะพบเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง โดยอาจเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณผิวด้านนอกของผนังมดลูก ในเนื้อมดลูก รวมทั้งในโพรงมดลูก โดยเฉพาะในกรณีที่เนื้องอกโตขึ้นจนไปกดเบียดอวัยวะไกล้เคียง อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมากกว่าปกติ รวมทั้งมีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือนได้ และถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเป็นมะเร็งค่อนข้างน้อย แต่ก็ถือเป็นโรคที่ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกันค่ะ

 

1. มะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี

แค่ขึ้นต้นว่ามะเร็ง เชื่อว่าสาวๆ หลายคนก็คงจะนึกกลัวขึ้นมาแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า โรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรีนั้น ถือเป็นอีกสาเหตุสำคัญอันดับ 1 จากสัญญาณการมีเลือดออกทางช่องคลอดที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะ โรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก และมะเร็งรังไข่ ซึ่งถือเป็นมะเร็งสตรีอันดับต้นๆ ที่พบได้บ่อยมากที่สุด โดยวิธีการป้องกันทีดีที่สุดก็คือ การตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งรีบไปหาหมอทันทีที่พบว่ามีประจำเดือนผิดปกติ เพราะโรคชนิดนี้ ยิ่งพบเร็วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> ปล่อยไว้อาจถึงชีวิต! 6 อาการปวดประจำเดือนผิดปกติ เสี่ยงโรคร้าย

>> 7 วิธี รับมือวันแดงเดือด ลดปวดประจำเดือน-ท้องเมนส์ ไม่ให้ดราม่า