ฝนตก-อากาศเปลี่ยน “เป็นหวัด” 13 วิธีลาขาดไข้หวัด แบบธรรมชาติ

ประเทศไทยตอนนี้เรียกได้ว่ามีภูมิอากาศแปรปรวนขนาดนัก  บางวันร้อน บางวันฝน หรือบางวันทั้งฝนทั้งร้อน  ไม่น่าแปลกที่จะเห็นคนเป็นหวัดมาพบหมอกันจนคิวยาว  แถมมองไปรอบตัว คนในออฟฟิศก็ดันป่วยเป็นไข้หวัดด้วยกันทั้งนั้น เมื่อเชื้อโรคอยู่รอบตัว จะปกป้องตัวเองไม่ให้ป่วยอย่างไรดี UndubZapp มีคำแนะนำง่ายๆ มาฝากค่ะ

 

1. ทานโยเกิร์ตทุกเช้า

นอกจากจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตจะมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายและระบบทางเดินอาหารแล้ว  ยังมีการศึกษาพบว่า การบริโภคโพรไบโอติก ที่มีมากในอาหารจำพวกโยเกิร์ต และกิมจินั้น  สามารถลดความเสี่ยงในการติดหวัดได้ถึง 12%  แถมยังสามารถหายหวัดได้เร็วกว่าคนทั่วไปถึง 2 วันทีเดียว

 

2. สูดอากาศบริสุทธิ์

การนั่งอยู่แต่ในห้องแอร์จะทำให้มีความเสี่ยงในการติดหวัดเพิ่มขึ้น  ควรหาโอกาสในการเปิดหน้าต่างเพื่อรับอากาศจากภายนอกบ้าง  หากรอบบ้านของคุณอากาศไม่ค่อยบริสุทธิ์นัก  ลองหาสถานที่วิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ ตามสวนสาธารณะจะยิ่งทำให้จมูกโล่งและสุขภาพดีขึ้นด้วยค่ะ

 

3. เพิ่มเห็ดในเมนูเสมอ

มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ พบว่า เห็ดมีส่วนช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย  ดังนั้น คนที่บริโภคเห็ดทุกวันเป็นเวลา 1 เดือนจะพบว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างมาก  รวมทั้งมีการอักเสบในร่างกายลดลดอีกด้วย

 

4. ปกป้องตัวเองจากคนป่วย

ทางที่ดีที่สุดในการไม่ต้องป่วยก็คือ อย่ารับเชื้อ หากผู้ป่วยรอบข้างไม่ยอมระวังตัวแล้วล่ะก็ คุณก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยการอย่าอยู่ใกล้พวกเขา  ใส่หน้ากากป้องกัน  และล้างมือบ่อยๆ ด้วยค่ะ

 

5. อย่าเอามือเข้าปาก

ไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้นที่ชอบเอามือเข้าปาก แต่มีการสำรวจพบว่าผู้ใหญ่อย่างเรามีการจับปาก ตา จมูก โดยเฉลี่ยถึง 3 ครั้งต่อชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ทำไมเราถึงติดหวัดกันได้ง่ายดายนัก

 

6. นอนหลับให้เพียงพอ

มีข้อมูลที่ระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป  จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้มากกว่าคนที่นอน 8 ชั่วโมงขึ้นไป  เพราะการนอนน้อยจะยิ่งทำให้ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลงไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพในการนอนด้วยค่ะ

 

7. ทำให้จมูกโล่งเข้าไว้

การทำจมูกให้โล่งอยู่เสมอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไซนัสอักเสบ โดยวิธีการทำให้จมูกโล่งก็มีด้วยกันหลายวิธี ทั้งการสูดไอน้ำร้อน การสูดน้ำมันหอมระเหย ไอระเหยจากหัวหอมแดง และการออกกำลังกาย  ซึ่งจะช่วยให้โพรงจมูกเปิดโล่งและไม่มีน้ำมูกตกค้างอยู่ภายในซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการอักเสบในโพรงจมูก

 

8. กินซิงค์เพิ่มภูมิคุ้มกัน

เมื่อคุณเริ่มรู้สึกว่าสภาพอากาศที่ไม่ค่อยปกติกำลังจะทำให้คุณไม่สบาย  สารอาหารที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายมากที่สุดก็คือซิงค์หรือสังกะสี  โดยทางการแพทย์ระบุว่าคนเราควรได้รับซิงค์อย่างน้อยวันละ 75 มิลลิกรัม  ซึ่งจะสามารถช่วยลดระยะเวลาในการป่วยให้สั้นลงได้ด้วย

 

9. ดื่มน้ำเยอะๆ

ในช่วงที่อากาศไม่ดี และร่างกายเริ่มไม่สบาย  สิ่งที่ตามมาต่อจากน้ำมูกก็คือเสมหะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการไอ  การดื่มน้ำให้มากเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดเสมหะ  โดยน้ำอุ่นซึ่งช่วยลดอาการเจ็บคอได้ด้วยค่ะ

 

10. กินเผ็ด

สังเกตได้ว่าหลังจากทานอาหารเผ็ดที่ทำให้น้ำมูก น้ำตาไหลนั้น คุณจะรู้สึกโล่งจมูกขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีการศึกษาพบว่า ในสเปรย์พ่นจมูกมีสารที่เรียกว่า แคปไซซิน  ซึ่งเป็นสารที่มีมากในอาหารจำพวกพริกนั่นเอง

 

11. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ

การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือเป็นวิธีที่ใช้กันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณเพื่อแก้อาการเจ็บคอ โดยการผสมน้ำอุ่น 1 แก้วกับเกลือครึ่งช้อนชา  เนื่องจากเกลือมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อโรคอันเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหวัด  มีการศึกษาพบว่า คนที่กลั้วคอด้วยน้ำเกลือเป็นประจำทุกวันสามารถป้องกันการติดเชื้อหวัดตามฤดูกาลได้อีกด้วย

 

12. หนุนหมอนให้สูงไว้

ทางการแพทย์แนะนำว่า  การนอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นประมาณ 45 องศา จะช่วยให้ระบบการหายใจดีขึ้น  แถมยังช่วยให้เลือดไหลเวียนจากศีรษะได้ดี  ซึ่งจะช่วยลดอาการอักเสบในโพรงไซนัสและในโพรงจมูกได้

 

13. อย่าอดอาหาร

การทานอาหารที่มีประโยชน์จะทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่การอดอาหารหรือการได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ร่ายกายต้องการจะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง  โดยเฉพาะในช่วงที่ป่วย  เพราะนั่นจะทำให้เชื้อโรคคงอยู่ในร่างกายของคุณนานขึ้นเนื่องจากร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้นั่นเอง

กดติดตาม ADD Line @UndubZapp

 

แซ่บกันต่อ…

>> 6 แกงแก้หวัด ซดร้อน ๆ คล่องคอ

>> ไข้หวัดเขมือบยาก! อาหารเพื่อสุขภาพ ทานช่วงหน้าหนาว