เปิดคอมเมนต์ “ครอบครัวไมค์ พิรัชต์” หลังเจ้าตัวโพสต์เปิดใจครั้งแรก กรณีร้องศาลเรื่องลูก

กำลังเป็นที่จับตามองอย่างหนักสำหรับกรณีฟ้องร้องกันระหว่าง หนุ่มไมค์-พิรัตช์ กับ สาวซาร่า คาซิงกีนี เมื่อหนุ่มไมค์ยื่นเรื่องฟ้องศาลขอปกครองลูกชายร่วมกับอดีตแฟนสาว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวางกว้างในโลกอินเตอร์เน็ต

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง หนุ่มไมค์ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกผ่านทางไอจีเมื่อคืนที่ผ่านมาถึงเหตุผลการส่งฟ้องศาลว่าเพียงต้องการปกครองร่วมและมีส่วนในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของลูก โดยมีเจ้าความอย่างละเอียดว่า

“ตลอดเวลาหลายปี ผมเงียบมาตลอด เพราะคิดว่า การพูดความจริง อาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดีในอนาคตกับลูก ผมสงสารลูก ผมเลยอดทนมาตลอด เพราะคิดว่าสักวันดราม่ามันคงจบไปเอง โดยที่ผมไม่ต้องออกมาชี้แจงความจริงอะไร แต่มันไม่ใช่เลย

ผมยอมรับ ช่วงเป็นข่าวแรกๆ ผมเครียดมากนะครับ เสียการเสียงาน เพราะความไม่เข้าใจของคนในสังคม ที่ตราหน้าว่าผมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ แต่ผมยืนยัน สิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องจริง และมีหลักฐานหมดทุกอย่าง

และผมอยากให้ทุกคนลองเปิดรับฟังในสิ่งที่ผมจะพูดบ้าง และเปิดใจเพื่อให้ผมได้เป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายด้วยนะครับ ผมยืนยันว่าไม่มีคำไหนหรือเจตนาในคำร้องที่ยื่นต่อศาลที่ไปพรากลูกจากอกแม่ ผมเพียงไปยื่นคำร้องขอเพื่อใช้สิทธิ์อำนาจปกครองร่วมเท่านั้น มิใช่สิทธิ์ในการปกครองแต่เพียงผู้เดียว
วันที่ซาร่ามาแจ้งผมเรื่องลูกบอกว่าเธอท้อง ผมก็ยินดีรับตั้งแต่แถลงข่าวครั้งแรกแล้ว ผมได้มีปรึกษาเรื่องการขอตรวจDNA เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ซึ่งซาร่าก็คิดว่าตรวจก็ดีจะได้เคลียร์ (ณ เวลานั้นมีเหตุการณ์แปลกๆระหว่างซาร่าและผม ทำให้ผมไม่สามารถเชื่อเค้าได้อย่างสนิทใจ) ถ้าไม่ใช่ลูกผม ผมก็ยินดีซัพพอร์ทในฐานะคนเคยคบกัน แต่ถ้าเป็นลูกผมจะได้ช่วยกันเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด

พอผมรู้ว่าMaxเป็นลูกผม ผมก็รับผิดชอบมาตลอด จนถึงวันนี้ ผมจ่ายให้ซ่าร่าไปเกือบสิบล้านบาท ค่าใช้จ่ายเล็กน้อยอะไรผมก็จ่ายหมด ผมเลยไม่เข้าใจว่าทำไมสังคมถึงเข้าใจไปแบบนั้น ในเมื่อผมจ่ายทุกอย่าง สิ่งที่ผมทำไปทั้งหมดดูไม่มีค่าอะไรเลย

สิ่งที่ผมต้องการมีเพียงอย่างเดียว คือผมอยากเซ็นรับรองบุตร เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่สังคมเข้าใจว่าผมไม่ยอมเซ็นรับรองบุตร แต่ซาร่าบอกรอน้องโตก่อน แล้วค่อยให้ลูกตัดสินว่าผมควรเป็นพ่อของน้องรึเปล่าด้วยตนเอง ผมจะไม่ร้องต่อศาลเลย ถ้าซาร่าไม่กีดกันให้ผมไม่เจอลูก ผมคิดถึง Maxครับ

คือ…ผมไม่ได้อยากแค่เป็นพ่อที่จ่ายเงิน ผมอยากอยู่ในทุกช่วงชีวิตของเค้า ได้เห็นเค้าเติบโต อยากเป็นพ่อที่ดีของลูก ผมพยายามให้เวลา Maxwell เท่าที่ผมจะทำได้ แล้วถ้าวันนึงลูกโตขึ้นและได้กลับมาอ่านข้อความนี้ daddyอยากจะบอกว่า ไม่ว่าใครจะว่าอะไรยังไงหรือคนรอบข้างจะพูดอะไร อยากให้รู้ว่าdaddyรักพี่แม็กซ์มากนะครับ และที่ตรงนี้เป็นของMaxเสมอ”

และจากโพสต์นี้เองทำให้พี่ชายแท้ๆของเจ้าตัวอย่าง กอล์ฟ พิชญะ เข้ามาให้กำลังใจ พร้อมบอกว่าจะอยู่เคียงข้างเสมอ และเป็นเรื่องยากที่ต้องเห็นน้องของตัวเองกำลังเจ็บป่วย ขอให้เข้มแข็งไว้นะ โดยหนุ่มไมค์ก็ได้เข้ามาขอบคุณ นอกจากนี้เจ้าตัวยังขอบคุณน้องสาวอย่าง หญิง พลอยชมพู 

Advertisements

และเมื่อคืนนี้ แซน พิศุทธิ์ พี่ชายอีกคนหนึ่งของไมค์ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “แม้บทบาทการเป็น “สามี-ภรรยา” ต้องจบลง ไม่ว่าด้วยเหตุใด แต่บทบาทความเป็น “พ่อ-แม่” ยังคงดำเนินต่อไป

หากพ่อ-แม่ไม่ได้บกพร่องในหน้าที่ของความเป็นพ่อ-แม่ เค้าก็ควรได้รับสิทธิ์ที่จะแสดงออกความรักที่เค้ามีต่อลูก อย่าใช้อารมณ์ส่วนตัวตัดสินใจแทนลูก อย่าใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรอง

การคิดว่าตัวเองสามารถเต็มเติมให้ลูกได้ไม่ผิด หากแต่เด็กที่ยังอยู่ในวัยไร้เดียงสา จะต้องเติบโตขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ประกอบด้วยพ่อ-แม่-ลูก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆเค้าหรือคนรอบข้าง เมื่อเด็กโตพอที่จะสามารถรับรู้ได้เอง เราจะพูดอย่างเต็มปากได้ไหมว่าเค้าจะไม่รู้สึกอะไรเลย

อย่าทำร้ายลูกที่ตนรักด้วยทิฐิของตนเอง เด็กที่โตท่ามกลางความขัดแย้ง มักทุกข์ใจกว่าพ่อแม่ที่หย่าร้าง แม้ไม่สามารถอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ แต่ถ้าพ่อ-แม่ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูก ไม่ทำให้ลูกรู้สึกถูกทอดทิ้ง หรือขาดความรักจากฝ่ายใดฝ่ายนึง ก็จะบรรเทาทุกข์ของเด็กลงได้

ถ้าเด็กเข้มแข็งและยอมรับได้ก็ถือว่าโชดดี แต่ถ้าไม่ มันอาจสร้างปมให้เด็กและเป็นปัญหาในอนาคต คงดีกว่าหากเด็กมีทั้งพ่อและแม่อยู่เคียงข้าง แม้ไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว สิ่งที่เด็กต้องการคือ คนที่รักเค้าอย่างไม่มีเงื่อนไข เท่านั้นเอง

#ทีมลูก”

เรียกได้ว่าทุกคนในครอบครัวพร้อมยืนเคียงข้างหนุ่มไมค์ สุดท้ายนี้เราก็ได้แต่หวังว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วทั้งสองคนต้องทำหน้าที่พ่อและแม่ของน้องแม็กซ์เวลล์ให้ดีที่สุด เพราะเราก็เชื่อว่าต่างฝ่ายต่างก็รักน้องแม็กซ์เวลล์ไม่แพ้กันเลยจริงๆ งานนี้ต้องรอให้ศาลท่านเป็นคนตัดสิน ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทั้งคู่ด้วยนะคะ

©รูปต้นฉบับ: IG m1keangelo , zaniti

Advertisements

Advertisements

Advertisements