วิเคราะห์ 5 ปัจจัยที่จะทำให้ ‘แมนซิตี้ฯ’ เป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีกปีนี้

ผ่านไปเกือบ 1 ใน 3 ของโปรแกรมการขันทั้งหมด 38 นัด English Premier League ฤดูกาล 2017-2018, 11 นัดอันดับ 1 คือ ‘เรือใบสีฟ้า’ Manchester City ที่น่าสนใจกว่าคือคะแนนที่ 1 ห่างจากอันดับ 2 ถึง 8 คะแนนทั้งที่จำนวนนัดในการเตะยังไม่ถึงครึ่งฤดูกาลเลยด้วยซ้ำ

‘Man City’ มีดีอะไร? ทำไมเก่งจัง? ทั้งที่หลายคนในวงการฟุตบอลต่างรู้ว่า ลีคฟุตบอลอังกฤษเป็นหนึ่งลีคที่ เขี้ยว! มากที่สุดในยุโรป ทีมใหญ่ทีมเล็กมาตรฐานไม่ต่างกันมาก การที่ทีมเล็กจะชนะทีมใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เหมือนลีคอื่นๆ และการที่ทีมใหญ่จะชนะในแต่ละนัดที่ลงเตะก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยเช่นกัน

Manchester City's John Stones, third right, jubilates with teammates after scoring the games first goal during a Champions League Group F soccer match between Feyenoord and Manchester City at the Kuip stadium in Rotterdam, Netherlands, Wednesday, Sept. 13, 2017. (AP Photo/Peter Dejong)

แต่ ‘The Citizens’ แมนซิตี้กลับทำผลงานคะแนนนำโด่งในฤดูกาลนี้เหยียบหลังทีมใหญ่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นทีมร่วมเมืองอย่าง ‘ผีแดง’ ขวัญใจมหาชนชาวไทย Manchester United หรือ ‘ไก่เดือยทอง’ Tottenham Hotspur’ ที่คะแนนเท่ากันห่าง 8 คะแนนและห่างแชมป์เก่า Chelsea ถึง 9 คะแนน จาก 11 เกมที่ผ่านมาพอจะทำให้เห็นแนวทาง สไตล์รูปแบบการเล่น และ ‘Play Maker’ หมากตัวสำคัญที่ทำให้ Man City มีผลงานดีวันดีคืนอยู่ในตอนนี้ เราไปดูปัจจัยหลักที่จะทำให้แมนซิตี้ฯ มีความเป็นไปได้ที่จะชูถ้วยแชมป์ลีคของฤดูกาลนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ผู้เล่นเข้าใจระบบของโค้ช

Pep Guardiola ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย! การที่เขาก้าวเข้ามาในลีคมหาหินที่สุดในยุโรปนี้ แค่เรื่องเงินคงไม่ใช่ประเด็นหลัก (แม้จำนวนเงินการทำทีมจะเป็นหนึ่งในเงื่อนไข) ผู้ชายที่พายักษ์ใหญ่ทั้ง Barcelona และ Bayern Munich เถลิงแชมป์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน การที่เขาตกลงปลงใจมารับงานปะ ผุเรือต่อจากโค้ชาวชีลี ‘Manuel Pellegrini’ ที่สร้างบาดแผลให้เรือลำนี้ ไปไม่ถึงฝั่งฝันสักที คืองานอันท้าทายที่สุดงานหนึ่งในฐานะผู้จัดการทีม

แมนซิตี้ฯ2

แม้ปีที่แล้วผลงานอาจจะไม่ตูมตามพาซิตี้คว้าแชมป์ใดๆ มาได้ แต่ปีนี้เขาเอาจริง! มาพร้อมกับเรือสำราญลำใหญ่พร้อมคณะเรือฝีเท้าเยี่ยม ระบบลงตัว นักเตะเข้าใจการวิ่ง การจ่ายบอล พร้อมความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะทั้งในสนามและม้านั่งสำรอง ที่ขีดพลังแทบจะเท่าๆ กัน ทดแทนกันได้หมดทุกตัว ส่งผลให้ 11 นัด The Citizens พังตาข่ายไปแล้วกว่า 38 เม็ดและประตูแต่ละลูก ถ้าสังเกตหลายๆ ประตูจะมาจากการจ่ายบอลสั้นๆ ง่ายๆ ปาดเข้าหน้าประตู มีนักเตะรอที่จุดนัดพบ แล้วยิงง่ายๆ ซึ่งทั้งหมดมาจากความ ‘เข้าใจ’ ในระบบที่ผ่านการซ้อม การเล่นร่วมกันจนทำให้เกิดเป็นผลงานอันน่า ‘สะพรึง’ ต่อทีมที่เจอด้วยทุกทีม

 

2.หน้า World Class ‘Sergio Aguero Kun’

Jamie redknapp อดีตสตาร์ Liverpool เชื่อว่า ‘Sergio aguero kun’ นักเตะของแมนซิตี้คือหัวหอกที่ดีที่สุดในประวัติศาตร์พรีเมียร์ลีกตอนนี้ เป็นกองหน้าระดับ World Class เพียงคนเดียวที่ พรีเมียร์ ลีกมีอยู่ กับผลงานนำเป็นดาวซัลโวตอนนี้ที่ 8 ประตู รวมตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเรือใบสีฟ้าตั้งแต่ปี 2011 เขายิงไปแล้วกว่า 179 ลูก

แมนซิตี้ฯ3

นอกจากนี้ยังมีกำลังเสริมที่พร้อมสอดแทรกมาช่วยกันพังตาข่ายอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ‘Gabriel Jesus’ และ ‘Leroy Sané’ ที่ฤดูกาลนี้เฉิดฉายเปล่งประกายกองหน้าที่คู่ควรกันเป็นอย่างมาก และ Joker ตัวละครลับอย่าง ‘Rheem Sterling’ แม้ผลงานในฟอร์มการเล่นในเกมส์จะไม่เฉิดฉาย แต่มักจะยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลาทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง

 

3.กองกลางสายปั้น ‘De Bruyne’ และ ‘David Silva’

ทั้ง Bruyne และ Silva เป็นกองกลางที่เล่นบอลด้วยสมองล้วนๆ อาวุธที่อันตรายที่สุดของทั้งคู่คือลูกจ่าย Killer Past จากกลางสนามถึงเพื่อนหน้าประตูที่เหมือนเป็นการประเคนให้เพื่อนพังประตูได้แบบง่ายๆ และทำได้บ่อยด้วย คู่กลางที่อันตรายที่สุดในพรีเมียร์ ลีคตอนนี้คงไม่พ้นสองคนนี้ ที่ทีมไหนเจอ กองหลังคงเสียวกับลูกจ่ายตัดหลัง กองหน้าทะลุไปยิงแบบง่ายที่เป็นของขึ้นชื่อของสองคนนี้

แมนซิตี้ฯ4

 

4. ไร้ซึ่งความกดดัน

ปีที่แล้ว โค้ชหนุ่มอย่าง Pep Guardiola เป็นที่จับตามองอย่างมากเพราะการมาของเขาแบกนำเอาผลงานที่ทีมฟุตบอลทั่วโลกใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะเป็นยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีค 2 สมัยกับบาร์ซ่าและแชมป์ลีค 3 สมัยทั้งกับบาร์ซ่าและบาเยิร์น พอมาที่ซิตี้ในฤดูกาลที่แล้ว ความกดดันต่างถาโถมเข้ามารุมเขาจนทำให้ผลงานในบางนัดไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว Pep นิ่งขึ้น มุ่งมั่นแต่เรื่องฟุตบอล พร้อมกับปลุกใจให้ลูกทีมสนใจแต่เรื่องในเกมส์ อย่าไปแคร์กับเสียงปากนกปากปูของสื่อที่มีแต่จะพาให้จิตใจห่อเหี่ยว กดดัน ส่งให้ผลงานของพวกเขาสวยงามดั่งเทพนิยาย

แมนซิตี้ฯ5

 

5.ความคงเส้นคงวา

ฤดูกาลที่แล้วสิ่งที่แมนซิตี้ขาดคือความคงเส้นคงวา คิดจะพลาดแพ้ทีมเล็กอยู่ดีๆ ก็แพ้ แม้ทีมใหญ่ด้วยกันก็ทำแต้มหล่นอยู่บ่อยครั้ง แต่มาฤดูกาลนี้ ManCity กลับมาในมาดใหม่ ทีมเล็ก ทีมกลางหรือทีมใหญ่จัดเต็มทุกระดับประทับใจอัด 5-0, 6-0 โดนกันถ้วนหน้า แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เจอทีม ‘รถบัส’ แพ็คเกมรับเต็มกำลังยันกองหน้า แต่ซิตี้ก็ยังทำได้ เฉือนนิ่มๆ 1-0,2-0 เรียกได้ว่าคงเส้นคงวากว่าฤดูกาลก่อนมาก จึงทำให้แต้มห่างจากที่สองมากขนาดนี้

แมนซิตี้ฯ6