รู้ไว้ปลอดภัยกว่า!! เปิด 7 วิธีเอาตัวรอดเมื่อจมน้ำ ทักษะที่ทุกคนควรรู้

 

UndubZapp เชื่อว่าอุบัติเหตุทางน้ำไม่ใช่เรื่องไกลตัวทุกคน จึงอยากแชร์ 7 วิธีเอาตัวรอดเมื่อจมน้ำ ถ้าคุณประสบอุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำ เรือล่ม หรือเจอวิกฤตน้ำท่วมสูงฉับพลัน คุณควรทำอย่างไร ไปดูกันค่ะ โดยข้อปฏิบัติบางส่วนนั้นเป็นคำแนะนำจาก ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเลและรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

1.ตั้งสติให้ดี

พอยท์สำคัญที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสรอดชีวิตจากอุบัติเหตุทุกประเภทได้ คือ คุณจำเป็นต้องตั้งสติให้ดีๆ โดยเฉพาะในยามคับขันที่เป็นเหตุให้หลายๆ คนแตกตื่นได้ง่าย จนไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อน เมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พยายามผ่อนคลาย หายใจเข้า-ออกลึกๆ แล้วรวบรวมสติให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงหาทางหนีทีไล่ พิจารณาความเป็นไปได้ในหลายๆ ทาง

 

2.พยายามลอยตัวนิ่งๆ

เมื่อรวบรวมสติได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับถัดมาคือ ลอยตัวนิ่งๆ เนื่องจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดโดยการตะเกียกตะกายให้ตนเองลอยเหนือผิวน้ำ อาจส่งผลด้านร้ายมากกว่าด้านดี เพราะความแพนิกทำให้สูดอากาศเข้าไปได้ไม่เต็มที่ ไม่นานก็หมดแรง กลายเป็นการเร่งให้จมน้ำเร็วขึ้น ดังนั้น พยายามลอยตัวนิ่งๆ หายใจให้ได้เป็นปกติ เพื่อคงสภาพทางเดินหายใจ จะปลอดภัยกว่า

 

 

3.หาวัสดุที่ลอยน้ำได้ไว้ยึดเกาะ

 

  • กรณีที่คุณประสบอุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำ หรือเรือล่ม ให้รีบมองหาวัสดุที่ลอยนำได้ให้ไวที่สุด เพื่อยึดเกาะเอาไว้ เพิ่มโอกาสในการอยู่รอดปลอดภัย อาทิ เสื้อชูชีพ ห่วงยาง เรือบด แพยาง เศษซากของเรือ ขวดน้ำ กระติกน้ำ ทุ่นกลางทะเล

 

  • กรณีที่คุณจำเป็นต้องกระโดดลงจากเรือ ให้ใช้แขนกอดหน้าท้องข้างหนึ่ง แล้วใช้มือจับศอกของแขนอีกข้างที่บีบจมูก จากนั้นกระโดดลงน้ำโดยใช้ขาลงน้ำก่อน สำคัญว่าต้องสำรวจน้ำก่อนกระโดดลงน้ำทุกครั้ง ป้องกันไม่ให้ตัวคุณเองกระโดดไปทับผู้อื่นหรือวัตถุอื่นๆ ซึ่งอาจสร้างบาดแผลให้กับตัวคุณได้

 

  • กรณีที่เรือเป็นเรือลำใหญ่ ให้รีบว่ายน้ำออกห่างจากเรือให้ไวที่สุด เนื่องด้วยเวลาเรือลำใหญ่จมจะมีแรงดูดเยอะ การว่ายให้พ้นจากเรือจะช่วยไม่ให้คุณโดนแรงเรือดูดลงไปด้วย

 

4.เก็บแรงให้ไว้ให้มากที่สุด

ถ้าคุณตกน้ำแล้วไม่มีวัสดุที่ลอยน้ำได้ให้ยึดเกาะ พยายามยืดแขน-ขาออก อย่าเกร็ง และลอยตัวขนานกับน้ำ เพื่อเก็บแรงไว้ให้มากที่สุด ถ้าคุณอยู่ในทะเล ให้หายใจเข้า-ออกตามจังหวะคลื่น คงสภาพทางเดินหายใจให้เป็นปกติที่สุด จะได้มีแรงเหลือ

 

5.ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายลดลง

นอกจากจมน้ำแล้ว ภาวะตัวเย็น (Hypothermia) ก็เป็นเรื่องที่ต้องระวัง ซึ่งภาวะตัวเย็นนี้เป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายตํ่ากว่า 35 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเกิดได้จากการแช่อยู่ในน้ำเย็นๆ นานๆ ทำให้อุณภูมิร่างกายลดลง จนร่างกายช็อค และหยุดทำงาน เพราะฉะนั้นแล้ว คุณจึงควรใส่เสื้อผ้าให้ครบชิ้นอยู่เสมอ เพื่อคงความอบอุ่นให้ร่างกาย แม้ว่าเสื้อผ้าของคุณจะเปียกชุ่มก็ไม่ควรถอด

 

  • กรณีที่คุณลอยคออยู่คนเดียว หรือเกาะวัสดุที่ลอยน้ำได้อยู่ ให้พยายามกอดเข่าชิดอก เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายไว้

 

  • กรณีที่คุณลอยคออยู่กับคนอื่นๆ หรืออยู่ในแพยาง ให้พยายามนั่งเบียดๆ กันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้อุณภูมิร่างกายลดลง

 

6.ว่ายน้ำเข้าฝั่ง

 

  • กรณีที่คุณตกแม่น้ำ หรืออยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นฝั่งได้ ให้คุณค่อยๆ ว่ายเฉียงตามน้ำเข้าฝั่งทีละน้อย อย่าเร่งรีบเสียจนทำอะไรไม่ถูก การมีเป้าหมายจะช่วยให้คุณไม่แพนิกจนเกินไป แต่ก็อย่าลืมว่าการว่ายสวนกระแสน้ำเป็นไปได้ยาก จึงควรประเมินดูก่อนว่าพอจะว่ายไปได้หรือเปล่า

 

  • กรณีที่คุณใส่เสื้อชูชีพอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะจมน้ำ ให้ครองสติและว่ายไปหาฝั่งที่ใกล้ตัวที่สุด โดยใช้แขนแบบเวลาว่ายน้ำท่ากรรเชียงเป็นหลัก คอยกวาดน้ำประคองตัวเอาไว้ ใช้ขาเหยียดออกไปถีบสิ่งกีดขวาง ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้คุณเข้าฝั่งได้สำเร็จ แม้ว่าจะว่ายน้ำไม่เป็นก็ตาม ระหว่างที่คุณว่ายเข้าฝั่งก็ควรสังเกตรอบด้าน เผื่อว่าสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากเรือที่สัญจรผ่านไปมาได้

 

  • กรณีที่คุณมีนกหวีดอยู่ที่เสื้อชูชีพ ให้เป่านกหวีดขอความช่วยเหลือ จะช่วยให้ผู้อื่นพบตัวคุณได้ง่ายกว่าการตะโกนเรียก

 

ข้อแนะนำ พยายามหลีกเลี่ยงการว่ายผ่านบริเวณที่มีผักตบชวา เพราะผักเหล่านี้อาจมาพันแข้งพันขา ส่งผลให้คุณสูญเสียการทรงตัวได้ง่าย

 

7.ตรวจสอบความปลอดภัย

เมื่อขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย หรือได้รับความช่วยเหลือแล้ว ให้คุณรีบตรวจสอบความปลอดภัย สำรวจร่องรอยบาดเจ็บของตนเองโดยด่วน ดูว่าร่างกายคุณมีเลือดออกบริเวณใดบ้าง แขน-ขาหักหรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องเร่งปฐมพยาบาลโดยไว แต่ถ้าคุณไม่พบอาการผิดปกติ ให้ลองดูว่าคุณสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ได้ไหม เพราะบางคนอาจบาดเจ็บสาหัส และต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

 

ข้อแนะนำ ถ้าคนใกล้ตัวไม่บาดเจ็บทางกาย แต่ได้รับการกระทบกระเทือนทางใจ เช่น ช็อกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณสามารถพูดคุย ปลอบโยน ให้กำลังใจได้ว่าเดี๋ยวเราก็ปลอดภัย หรือบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณจะไม่ทิ้งเขาไปไหน

 

©ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :

wikiHow

ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ Thon Thamrongnawasawat

 

©Featured image : Unsplash

 

 

 

เราใช้คุ๊กกี้เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานเว็บไซต์ของเรา หากคุณใช้เว็บไซต์ต่อ หรือปิดข้อความนี้ลงเราถือว่าคุณยอมรับการใช้งาน คุกกี้และนโยบายความเป็นส่วนตัว
We use cookies to ensure that we give you the best experience on our website. If you continue to use the website Or close this message, we assume that you accept its use Cookies and Privacy Policy

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Consent title

    Consent description

Save
/