ปั้นหุ่นสุขภาพดี 5 เคล็ดลับเร่งระบบเผาผลาญแคลอรี่ ลดความอ้วน

เมตาบอลิซึม (Metabolism) คือ กระบวนการที่ร่างกายเปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มที่เรากินเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ยิ่งร่างกายเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานหรือเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งลดความอ้วนได้ไวขึ้นเท่านั้น มีวิธีการใดบ้างนะที่ช่วยเร่งเมตาบอลิซึมให้ทำงานได้ดีกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักให้ดียิ่งขึ้น ตาม UndubZapp ไปเรียนรู้วิธีที่ว่าพร้อมๆ กันเลยค่ะ รับประกันว่าถ้าปฏิบัติตามวิธีที่เราแนะนำให้ “มากขึ้น” หุ่นเพรียวสุขภาพดีมาไวแน่นอนค่ะ

 

5.ดื่มน้ำให้มากขึ้น

การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายของเราอยู่ในสภาวะที่สมดุล ผิวพรรณผ่องใส และทำให้รู้สึกสดชื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งปริมาณน้ำที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน สามารถคำนวณง่ายๆ ด้วยการนำน้ำหนักตัวของคุณ คูณด้วย 33 (หน่วยเป็น cc)

ตัวอย่าง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม x 33 = 1,650cc ≈ 1.5 ลิตร

ทั้งนี้ วันที่ร่างกายเสียเหงื่อเยอะกว่าปกติ เช่น วันที่อากาศร้อนจัด อยู่กลางแจ้ง หรือออกกำลังกาย ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มอีกหน่อย เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ

© รูปต้นฉบับ: , pixabay.com

 

4.กินอาหารเช้าให้เป็นนิสัย

ช่วงเช้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนสำหรับมนุษย์เงินเดือน หลายๆ คนจึงไม่ค่อยมีเวลากินอาหารเช้าสักเท่าไหร่ แต่ถ้าอยากลดความอ้วนต้องไม่พลาดกินมื้อเช้าเด็ดขาด หากอดมื้อเช้า ร่างกายจะหลั่งสารนิวโรเพปไทด์ วาย (Neuropeptide Y) ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกหิวมากกว่าเดิม และอยากของหวานมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้ตบะแตก กินจุกว่าเดิมได้ง่ายๆ อาหารเช้ายังช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้ดีเป็น 2 เท่า ถ้าต้องการคุมน้ำหนัก ให้กินอาหารประเภทโปรตีนไม่ติดมันแทน เพราะร่างกายจะใช้เวลาย่อยโปรตีนช้ากว่าอาหารประเภทแป้ง ทำให้รู้สึกอิ่มนานยิ่งขึ้น

© รูปต้นฉบับ: , pixabay.com

 

3.นอนหลับให้พอดี

การนอนสามารถเพิ่มเมทาบอลิซึมได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้านอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมง ความสมดุลของเมทาบอลิซึมจะลดลง ถ้านอนมากเกินไปก็เช่นกัน ทางที่ดีคือนอนหลับให้ได้วันละ 7 – 8 ชั่วโมง ช่วงเวลาเข้านอนที่ดีที่สุดคือช่วง 21.00 – 23.00 น. เมื่อเข้านอนช่วงเวลาดังกล่าว ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเล็ปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มออกมา เร่งอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งกล้ามเนื้อเรียบในร่างกายยังเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีที่สุดหลังจากที่เราหลับสนิทอีกด้วย

 © รูปต้นฉบับ: Ivan Oboleninov , pixabay.com

 

2.เคลื่อนไหวให้มากขึ้น

ถ้าอยากให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้มากที่สุด ควรขยับตัว เคลื่อนไหว หรือออกแรงทำสิ่งต่างๆ ให้มากกว่าเดิม ในที่นี้ มิได้หมายความว่าให้นั่งทำงานไปด้วยพร้อมกับโบกไม้โบกมือไปด้วยแต่อย่างใด แต่หมายถึงให้หาโอกาสเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น ด้วยวิธีที่เหมาะสมกับชีวิตของประจำวันของตนเอง เป็นต้นว่า จากเดิมที่เคยกดลิฟต์ขึ้นตึกขึ้นไป 1-2 ชั้นเป็นประจำ ก็ลองเปลี่ยนไปเดินขึ้นลงอาคารด้วยการใช้บันไดดู หรือจากเดิมที่ใช้รถ นั่งมอเตอร์ไซค์ไปที่ใกล้ๆ ก็เปลี่ยนมาเดินไปยังจุดหมายปลายทางแทน

© รูปต้นฉบับ:  pixabay.com

1.ออกกำลังกายให้เป็นนิสัย

ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยให้ร่างกายเร่งเมตาบอลิซึม เพื่อเผาผลาญเอาไขมัน แป้ง น้ำตาลออกมาใช้จนทำให้คุณลดความอ้วนได้ดียิ่งไปกว่าการออกกำลังกายอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน วิ่ง เต้น เล่นฮูล่าฮูป ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยที่สุด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ใช้เวลาออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้หัวใจได้เต้นแรงเต็มที่ต่อเนื่อง 30 – 45 นาที และควรเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มอัตราการเผาผลาญเมตาบอลิซึมด้วยอีกทาง วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

© รูปต้นฉบับ: , pixabay.com