5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

อาการ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคที่เกิดจากความเสื่อมภายในร่างกาย ตามปกติแล้วหมอนรองกระดูกสันหลังนั้นจะอยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง มีคุณสมบัติยืดหยุ่น ช่วยรองรับแรงกระแทกจากการใช้งานกระดูกสันหลังของคนเรายามที่เคลื่อนไหว วิ่ง หรือกระโดด ซึ่งหมอนรองกระดูกนั้นจะเสื่อมไปตามวัย ยืดหยุ่นได้น้อยลง และเคลื่อนที่ไปกดทับเส้นประสาทจนกลายเป็นอาการป่วยเรื้อรังในที่สุด

 

จากที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้นเกิดจากการเสื่อมที่เป็นไปตามวัย แต่ส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยที่อาจทำให้เสื่อมก่อนวัยอันควร แล้ว 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลต่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนที่ไปทับเส้นประสาทนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกัน

 

น้ำหนักตัวมากเกินไป

ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการรับประทาน การปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลตนเอง ไม่ควบคุมอาหาร การรับประทานมากเกินไปจนอ้วนลงพุง น้ำหนักเกิน กลายเป็นคนอ้วนที่หลังแอ่นจนกระดูกสันหลังส่วนล่างต้องรับน้ำหนักตลอดเวลาและเป็นที่มาของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในที่สุด

แบกของหนัก

พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน กับพฤติกรรมการแบกของหนักบ่อยมากเกินไป กล้ามเนื้อหลังถูกใช้งานหนักกว่ากล้ามเนื้อขาและต้นขา จนทำให้กระดูกบิดเคลื่อนและเป็นที่มาของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ส่งผลในระยะยาวแน่นอนหากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

ใช้งานร่างกายผิดท่า

สัมพันธ์กับข้อที่กล่าวไปแล้วด้านบน พฤติกรรมการแบกของหนักโดยใช้ร่างกายที่ผิดท่า เช่นการก้มเพื่อยกของ ท่าที่ถูกต้องคือการย่อตัวเพื่อยกของ แต่คนส่วนใหญ่มักจะเลือกก้มลงไปเฉย ๆ โดยไม่ย่อตัว กล้ามเนื้อหลังจึงถูกใช้งานมากกว่าส่วนอื่น และทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ในที่สุด

 

สูบบุหรี่จัด

พฤติกรรมเสี่ยงอันถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเลยก็ว่าได้ เพราะสารนิโคตินจากบุหรี่มีส่วนทำให้ออกซิเจนภายในร่างกายไปเลี้ยงกระดูกสันหลังได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงทำให้สูญเสียการยืดหยุ่นและหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนที่มาทับประสาทในที่สุด

 

ไม่ออกกำลังกาย

เมื่อร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว หยุดอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ กล้ามเนื้ออาจมีโอกาสลีบฝ่อ ทำให้บริเวณหมอนรองกระดูกเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่ายมากขึ้น และทำให้เกิดอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้นั่นเอง

 

เพื่อเป็นการรักษาหมอนรองกระดูกไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร การหันมาดูแลร่างกายตนเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ทำให้กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังเกิดความแข็งแรง ยืดอายุการใช้งานให้เสื่อมตัวช้าลงและสูญเสียความยืดหยุ่นให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้