ทำไมชีวิตเจอแต่เรื่องร้ายๆ? 5 ข้อควรรู้ Digital Detox ฟื้นฟูจิตใจด้วยการเบรกโลกโซเชียล

ว่ากันว่า ทุกๆ อย่างเหมือนกับเหรียญสองด้าน คือมีทั้งด้านที่ส่งผลดีและด้านที่ส่งผลเสีย เฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนในสังคมทุกวันนี้ ด้านที่ส่งผลดีของเทคโนโลยีก็คงเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่ด้านที่ส่งผลเสียของเทคโนโลยีกลับไม่มีใครให้ความใส่ใจเท่าที่ควร วันนี้ UndubZapp ขออาสาพาเพื่อนๆ ทุกคนมาเว้นว่างจากการใช้เทคโนโลยี เพื่อฟื้นฟูจิตใจให้กลับมาร่าเริงสดใส ไม่รู้สึกตึงเครียดจากการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันนานๆ อีก ไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

1. Digital Detox คืออะไร?

ดิจิทัลดีท็อกซ์ หรือ Digital Detox เป็นการเบรกการใช้งานสื่อโซเชียล บำบัดอาการเสพติดเทคโนโลยีต่างๆ โดยการลดความถี่ในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ เพื่อเยียวยาร่างกายและจิตใจ

 

 

2. ทำไมถึงต้องทำ Digital Detox?

ทุกวันนี้เราทุกคนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียแทบทุกวัน บ้างก็ใช้เป็นปัจจัยในการทำงาน บ้างก็ใช้เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด บ้างก็ใช้อัปเดตข้อมูลข่าวสารประจำวันจากสำนักข่าวต่างๆ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เครื่องมือดิจิทัลเป็นสิ่งจำเป็น และการใช้ประโยชน์ของเครื่องมือดิจิทัลก็ช่วยให้กิจวัตรประจำวันของหลายๆ คนดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

 

 

ทว่า การใช้งานสื่อดิจิทัลมากเกินไป อาจสร้างความวิตกกังวลใจให้หลายๆ คนอย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากช่องทางดิจิทัลนั้นมีสื่อที่หลากหลาย และมีการรายงานความเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จริงอยู่ว่าการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยสร้างความตื่นรู้ให้แก่คนในสังคมได้ดี หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นจะได้หาทางหนีทีไล่ทัน แต่บางครั้งบางทีการเสพสื่อตลอดเวลา ก็อาจทำให้ผู้รับสารเกิดความรู้สึกเครียดจากการรับรู้ข้อข่าวสารทางโซเชียลซ้ำๆ จนไม่รู้ว่าควรจะวางตัวต่อเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไรดีเหมือนกัน

 

ด้วยเหตุนี้เอง Digital Detox จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อลดภาวะตึงเครียด หวาดกลัว หรือวิตกกังวล จากการใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ ปรับมุมมองของผู้ใช้ไม่ให้จมจ่อมอยู่แต่กับความเศร้า รวมถึงบำบัดจิตใจผู้รับสารจากการเสพสื่อต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย

 

3. ควรทำ Digital Detox ตอนไหนบ้าง?

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าพฤติกรรมของตัวเองเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น จากที่เคยพบปะพูดคุยกับเพื่อนๆ อยู่เสมอ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากอยู่คนเดียว และไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกชั่วคราว หรือมีพฤติกรรมที่ชี้นำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร

 

 

ความจริงแล้วไม่ต้องรอให้อาการรุนแรงถึงขั้นนั้นก็ได้ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าการเสพสื่อดิจิทัลที่นำเสนอโลกในทางลบ แล้วเกิดความรู้สึกเศร้า เคว้ง หรือดิ่ง ก็ควรจะหันมาทำ Digital Detox ปรับสภาพจิตใจ หรือกระทั่งกรณีที่เสพติดการอัปเดตข้อมูลข่าวสารมากเกินไป ต้องรู้ทุกอย่างแบบเรียลไทม์ นาทีต่อนาที อันนี้ก็ถือว่าควรหันมาลองทำ Digital Detox เพื่อปรับสมดุลการใช้ชีวิตเช่นกัน

 

4. เริ่มทำ Digital Detox อย่างไรดี?

  • ลดความถี่ในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์วันละนิด ไม่พกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวตลอดเวลา
  • กำหนดเวลาพักเบรกจากโลกโซเชียลอย่างน้อยๆ วันละ 1 ชั่วโมง ถ้าจะให้ดีก็ควรเป็นช่วงเวลาก่อนเข้านอน
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์เป็นนาฬิกาปลุก วางโทรศัพท์ไว้ไกลตัวขณะเข้านอน ลดคลื่นรบกวนจากโทรศัพท์
  • ปิดการแจ้งเตือนข่าวสาร ลดช่องทางการอัปเดตข้อมูลในกระแสอย่างทันท่วงที
  • เตือนตัวเองว่าคุณไม่จำเป็นต้องรับรู้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ปล่อยให้จิตใจได้ผ่อนคลายกับความสงบบ้างก็ได้

ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าให้คุณปิดหูปิดตากับสิ่งที่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด แค่อยากให้คุณไม่เอาใจไปโฟกัสกับเรื่องร้ายๆ มากจนเกินไปจะเข้าทีกว่า

 

 

5. Digital Detox จำเป็นจริงหรือ?

การทำ Digital Detox เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเป็นวิธีดูแลสุขภาพขนานหนึ่ง นอกจากจะช่วยให้ร่างกาย สายตา และมือทั้งสองข้างมีเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญ การทำ Digital Detox ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ต้องเสียค่าคอร์สดีท็อกซ์ที่ไหน แถมยังประหยัดค่าไฟค่าชาร์จแบตได้อีกต่างหาก แค่เริ่มจากการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของเราเองวันละนิดวันละหน่อย เพียงเท่านี้ เราก็จะได้สุขภาพกายใจที่ดีกลับคืนมา มาฮีลลิ่งจิตใจด้วยการทำ Digital Detox กันนะคะ